เชื่อเลยค่ะว่าไม่ว่าใคร ต่างก็อยากจะดูอ่อนเยาว์ อ่อนกว่าวัย อยากถูกทักว่าหน้าเด็ก มากกว่าถูกทักว่าแก่แน่ๆ เพราะคำว่า ‘แก่’ แค่ได้ยินเบาๆ ก็เจ็บจี๊ดแล้ว ต่อให้ไม่บอกตรงๆ แต่ถ้าลองให้ทายอายุ แล้วดันเดาอายุเราเกินจริง ทำเอาอยากทำเป็นหูทวนลมไม่ได้ยินซะอย่างนั้น ซึ่งไม่มีใครจที่จะหลีกเลี่ยงความแก่นี้ได้พ้นหรอกค่ะ เพราะยังไงเมื่อเราอายุเพิ่มขึ้น ใช้ร่างกายมากๆ ความแก่ มันก็จะคลืบคลานเข้าหาเราเองแบบที่เราเองก็ห้ามไม่ได้ แต่ถ้าเราอยากแก่ช้าลงได้สักนิด หน้าตาดูอ่อนกว่าวัยได้สักหน่อย คงจะดีไม่น้อยเลยค่ะ แล้วจะทำยังไงดีนะ?

 

เริ่มจากเราต้องรู้สาเหตุของความแก่ก่อนค่ะ ซึ่งตัวการสำคัญที่ทำให้เราแก่นอกจากเวลา ก็เจ้า ‘อนุมูลอิสระ’ นี่แหละค่ะ เจ้าตัวนี้ถือเป็นเจ้าตัวดีเลยนะคะ เป็นตัวบ่อนทำลายภูมิคุ้มกันและเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ทำให้ร่างกายของเราเสื่อมถอย ที่เราเห็นกันอย่างริ้วรอยนั่นแหละ ทำให้เราดูแก่กว่าวัย ไหนจะเป็นบ่อเกิดโรคความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ แต่ที่หนักสุดก็คือตัวร้าย ที่ก่อให้เกิดเนื้อร้านหรือเซลล์มะเร็งนั่นเองค่ะ

 

เจ้า ‘อนุมูลอิสระ’ เนี่ยมีอยู่แล้วในตัวเราทุกคนค่ะ เพราะในกระบวนการสร้างพลังงานให้ร่างกายทุกครั้งจะมีการสร้างอนุมูลอิสระออกมา แต่ช่วงที่เราเด็กและวัยรุ่น ร่างกายเรายังสามารถกำจัดมันได้ แต่พอเข้าสู่วัยทำงาน อายุมากขึ้น ประสิทธิภาพในการกำจัดอนุมูลอิสระก็น้อยลง ความแก่จึงเข้ามากร่ำกรายร่างกายของเราค่ะ

 

เพราะฉะนั้นแล้ว เราจึงต้องเสริมสารต้านอนุมูลอิสระเข้าไป เพื่อช่วยยับยั้งอนุมูลอิสระ ไม่ให้มาทำร้ายร่างกายของเราได้ ReadAlert จึงรวบรวมมาให้ค่ะว่าเราต้อง กินอะไร แอดสารอะไรเข้าไปในร่างกานบ้าง เพื่อให้เราแก่ช้าที่สุด เวลาออกไปเจอผู้คน ต้องมีแต่คนทักว่า เด็กลงรึเปล่า?

 

แอสตาแซนทิน (Astaxanthin)

ตัวนี้เรียกได้ว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดค่ะ พิเศษเหนือสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ ตรงที่สามารถปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์ได้ทั้งภายในและภายนอก ช่วยกระตุ้นความจำ ป้องกันและฟื้นฟูจอประสาทตาเสื่อม ปกป้องโครงสร้างผิวจากการทำลายโดยรังสี UV ในแสงแดด ช่วยกระชับรูขุมขน และลดเลือนริ้วรอย พบมากในสาหร่ายสีแดง ผักสด ผลไม้ที่มีสีส้ม เช่น แครอท ฟักทอง มะเขือเทศ และสัตว์ทะเลอย่างปลาแซลมอน กุ้ง และเปลือกปู

 

เซซามิน (Sesamin)

เป็นสารลิกแนนชนิดหนึ่ง ซึ่งมีปริมาณมากที่สุดในงาดำ ถือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยป้องกันเซลล์และเนื้อเยื่อจากอันตรายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ ทำให้เนื้อเยื่อไม่เสื่อมหรือร่วงโรยง่าย ช่วยเสริมการทำงานของวิตามินอี กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและกรดไฮยาลูโรนิกให้สูงขึ้น ส่งผลให้ผิวพรรณเต่งตึง เปล่งปลั่ง ชุ่มชื้น หรือช่วยชะลอความแก่นั่นเองค่ะ ทั้งนี้ยังมีส่วนช่วยเรื่องความเครียดและกระตุ้นการทำงานในเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกายอีกด้วย

 

ลูทีน (Lutein)

โมเลกุลขนาดเล็กที่เคลือบอยู่บนเรตินาในตาของเรา มีหน้าที่สำคัญในการกรองแสงสีฟ้า ป้องกันการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อม (AMD) จากอายุที่เพิ่มมากขึ้น และช่วยลดอนุมูลอิสระที่ทำลายดวงตาด้วยค่ะ แม้ว่าดวงตาของเราจะมีลูทีนเคลือบอยู่ แต่ร่างกายไม่สามารถสังคราะห์สารตัวนี้เพิ่มใหม่ได้เอง เพราะฉะนั้นการรับประทานอาหารที่มีลูทีนจึงสำคัญมากๆ เพื่อที่เราจะได้รับลูทีนเข้าไปในร่างกายค่ะ โดยลูทีนสามารถหาได้จากผักผลไม้ที่มีสีเหลืองและสีเขียวเข้มนั่นเองค่ะ

 

วิตามินเอ และเบตาแคโรทีน (Vitamin A and Beta Carotene)

หลายคนอาจจะสับสนว่าเป็นสารตัวเดียวกัน แต่วิตามินเอ เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน พบในเนื้อสัตว์และผัก ผลไม้ เช่น ตับ เครื่องในสัตว์ ไข่แดง ส่วนเบต้าแคโรทีนละลายในน้ำและถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกาย พบในพืชและผักเท่านั้น โดยเฉพาะผักผลไม้ สีเขียว สีเหลืองและสีส้ม อย่าง ผักโขม แครอท มะเขือเทศ เป็นต้น ซึ่งสารทั้งสอง มีประโยชน์สำคัญที่เหมือนกันก็คือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยเรื่องการชะลอยวัย ลดความเสื่อมของเซลล์ บำรุงสายตา ดูแลรักษาผิวพรรณ กระตุ้นเซลล์ภูมิต้านทานในร่างกาย ช่วยให้เซลล์ทำงานต้านสิ่งแปลกปลอมได้ดีขึ้น

 

วิตามินซี (Vitamin C)

วิตามินที่มีประโยชน์และปลอดภัยมากที่สุดชนิดหนึ่ง รู้กันอยู่แล้วว่าวิตามินซีเป็นสารอาหารที่สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย แต่ร่างกายของเราไม่สามารถผลิิตวิตามินตัวนี้ได้เองนะคะ เราต้องรับจากอาหารหรือวิตามินเสริมค่ะ นอกจากการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายแล้ว วิตามินซียังมีประโยชน์ด้านการแก้แก่ คือช่วยในเรื่องลดเลือนริ้วรอยต่างๆ ผิวพรรณเต่งตึง เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างคอลลาเจน อันเป็นโปรตีนสำคัญที่ทำให้ผิวไม่เหี่ยวย่น เสริมสร้างความสามารถในการฟื้นตัวเองของผิวหนัง ซึ่งถ้าร่างกายขาดวิตามินซีก็จะทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่น ความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองน้อยลง ผิวเราก็จะมีแนวโน้มเกิดริ้วรอยง่ายกว่าปกติ เพราะฉะนั้นไม่ควรอย่างยิ่งนะคะที่เราจะขาดวิตามินชนิดนี้ ซึ่งเราสามารถหาได้จากอาหารรอบๆ ตัวเราเลยค่ะ ทั้งในผักและผลไม้ โดยเฉพาะส้ม ดอกกะหล่ำ ผักโขม แคนตาลูป มะเขือเทศ ฝรั่ง และสับปะรด

 

วิตามินอี (Vitamin E)

หนึ่งในวิตามินที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับทุกวัน ทำหน้าที่ปกป้องผนังเซลล์โดยการดักจับอนุมูลอิสระที่ผ่านเข้ามาให้สิ้นฤทธิ์ ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น สามารถพบในน้ำมันพืชต่างๆ ทั้งน้ำมันเมล็ดอัลมอนด์ น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง และน้ำมันดอกทานตะวัน เนื้อสัตว์ ข้าวโพด ถั่ว นม และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากนมค่ะ

 

วิตามินบีรวม (Vitamin B-complex)

วิตามินบี มีด้วยกันหลายชนิดค่ะ ซึ่งแต่ละชนิดก็มีประโยชน์ที่ต่างกัน โดยวิตามินบีจะทำงานเสริมซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นต้องรับประทานร่วมกัน จึงจะมีประสิทธิภาพมากกว่ากินแบบเดี่ยวๆ นี่จึงเป็นเหตุให้มีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินบีรวมอย่างที่เราเห็นกัน โดยวิตามินบีรวมประกอบไปด้วย วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 วิตามินบี 7 วิตามินบี 9 วิตามินบี 12 วิตามินบี 15 วิตามินบี 17 และยังรวมไปถึงไบโอติน โคลีน พาบา อิโนซิทอล ที่จัดอยู่ในกลุ่มของวิตามินบีรวมด้วย โดยวิตามินบีรวมมีความจำเป็นต่อระบบประสาทและความสมบูรณ์ของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ช่วยให้ระบบทำงานต่างๆ ของร่างกายเป็นไปโดยปกติ ที่สำคัญสำหรับคนกลัวแก่เช่นเรา วิตามินบีรวมยังช่วยชะลอวัยและกระบวนการชราของร่างกายด้วยนะคะ ซึ่งเราสามารถหากินวิตามินบีรวมเหล่านี้ได้จากอาหารรอบๆ ตัวเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นผักใบเขียว โฮลวีต ถั่วเหลือง ข้าวโอ๊ต ถั่วลิสง รำข้าว  ธัญพืช ข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี นม ไข่แดง ปลา เนื้อหมู ไก่ ตับ เป็นต้น

 

ไบโอติน (Biotin)

ใครไม่อยากผมหงอก ผมร่วง ต้องหาตัวนี้มากินค่ะ เป็นสารอาหารที่ช่วยเรื่องนี้โดยเฉพาะ นอกจากช่วยเรื่องชะลอการเกิดผมหงอกแล้ว ยังทำให้เส้นผมแข็งแรง ช่วยให้เล็บไม่เปราะหักง่าย หารับประทานได้จาก เห็ด ปลาทูน่า ไก่งวง อะโวคาโด ไข่ และปลาแซลมอน

 

สารสกัดจากใบบัวบก (Centella Asiatica Extract)

สารตัวนี้ช่วยทั้งในเรื่องผิวพรรณและสมองค่ะ ช่วยลดความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย เป็นสารช่วยเร่งปฏิกิริยาการสร้างคอลลาเจน ที่รู้กันดีว่าเป็นโครงสร้างของผิวหนัง นอกจากนี้ยังช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวและลดความเสื่อมของผิวพรรณ ช่วยลดการระคายเคืองของผิว ลดการอักเสบและฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ป้องกันการเกิดแผลเป็นด้วยนะคะ นอกจากนี้ยังช่วยในการไหลเวียนของโลหิตไปสมอง ทำให้สมองได้สารอาหารและออกซิเจนที่พอเพียง เรียกว่านอกจากช่วยเรื่องผิวพรรณแล้วเรื่องสมองก็ช่วยเหมือนกัน ผิวไม่แก่สมองก็ต้องไม่แก่เช่นเดียวกันค่ะ

 

แคเทชิน (Catechin)

อาวุธสำคัญของธรรมชาติในการป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระ พบในชาเขียวค่ะ ใครชอบดื่มชาเขียวก็จะได้รับแคเทชินเข้าไปช่วยในการชะลอวัย ขับสารพิษ ลดคอเรสเตอรอลรวมและเพิ่มปริมาณคลอเรสเตอรอลชนิดดี อีกทั้งยังสามารถยับยั้งการสร้างสารก่อมะเร็งและการเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ด้วยนะคะ แต่การที่จะได้ประโยชน์จากชาเขียวครบถ้วนเราต้องดื่มอย่างถูกวิธี คือการดื่มแบบร้อนค่ะ