แรงดีไม่มีตกกับซีรีส์หลังปลดประจำการของหนุ่มคิมซูฮยอน เรื่อง It’s okay to not be okay ที่กลับมาครั้งนี้มีแต่ปังกับปัง ทั้งความหล่อแซ่บ เนื้อหาและคาแรกเตอร์ที่ชวนติดตาม ทำเอาคอซีรีส์อดรนทนรอให้ถึงวันเสาร์-อาทิตย์กันไม่ไหว ReadAlert เลยขอรวมซีรีส์ของหนุ่มคนนี้มาให้ดูฆ่าเวลาระหว่างรอตอนใหม่กัน แต่ละเรื่องรับประกันเล่นดีสมกับเป็นพระเอกที่ค่าตัวแพงที่สุดในตอนนี้

2007 Kimchi Cheese Smile


ผลงานเรื่องแรกของหนุ่มคิมซูฮยอน โดยเรื่องนี้เขารับบทเป็นแค่นักแสดงสมทบตัวเล็กๆ แต่น่าจดจำ เพราะเรื่องนี้เขาลงทุนปรับลุกส์ใหม่ดัดผมให้ฟู สร้างคาแรกเตอร์ตลก แบบไม่มีห่วงหล่อ จนสามารถดึงดูดความสนใจของผู้ชมไปได้ไม่น้อย 

2007 Jungle Fish


ซีรีส์ที่หนุ่มคิมซูฮยอนก้าวเข้ามารับบทนำเป็นเรื่องแรกกับซีรีส์ที่สร้างมาจากเหตุการณ์ข้อสอบรั่วไหลของโรงเรียนมัธยมภาษาต่างประเทศในจังหวัดกิมโป ซึ่งเรื่องนี้ทำเอาหนุ่มคิมซูฮยอนกดดันไม่น้อย จนในงานแถลงข่าวเปิดตัวละครเจ้าตัวถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวหลังได้ดูตัวอย่างของซีรีส์ เหตุเพราะเขารู้สึกว่าตัวเองยังแสดงได้ไม่ดีเท่าที่คิดเอาไว้ 

2009 Father’s House


ละครพิเศษช่วงปีใหม่ของช่อง SBS ว่าด้วยเรื่องของครอบครัวหนึ่งที่พ่อเป็นสตั๊นแมนและเลี้ยงดูลูกชายด้วยตัวเองคนเดียว จนวันหนึ่งเขาต้องแยกกับลูกชายและสุดท้ายพวกเขาได้กลับมาเจอกันอีกครั้งในวันที่ลูกชายของเขาโตเป็นหนุ่มนักดนตรี เรื่องนี้ครบรสมากทั้งดราม่า บู๊ โรแมนติก เป็นอีกเรื่องที่แฟนคลับของหนุ่มคิมซูฮยอนต้องห้ามพลาดเด็ดขาด

2009 Will It Snow For Christmas?


เรื่องนี้สมัยก่อนคือดังมาก หนุ่มคิมซูฮยอนรับบทเป็นพระเอกวัยเด็ก ซึ่งเรื่องนี้เขาแสดงดีมาก เล่นอิน เล่นถึง ทุ่มเทสุดตัว ทำคนดูซึ้งน้ำตาแตก ฉายแววรุ่งถึงขั้นที่ว่าแฟนซีรีส์ถามหากันจ้าละหวั่นว่าเด็กหนุ่มคนนี้คือใคร คนหันมาสนใจหนุ่มคนนี้เพิ่มขึ้นอีกเป็นกอง

2010 Giant


ซีรีส์ดังฟอร์มยักษ์ที่ทำให้คิมซูฮยอนได้รับรางวัลทางการแสดงเป็นครั้งแรก จากเวทีประกาศรางวัล 2010 SBS Drama Awards สาขา New Star Award และถูกจับตามองในด้านความสามารถจากวงการบันเทิงเกาหลีตั้งแต่นั้นมา

2011 Dream High


หลายๆ คนน่าจะรู้จักคิมซูฮยอนจากเรื่องนี้ กับบทซงซัมดง เด็กหนุ่มที่มีความอัจฉริยะด้านดนตรี ซีรีส์พูดถึงการตามความฝันของนักเรียนชั้น ม.6 เรื่องนี้คิมซูฮยอนได้แสดงร่วมกับไอดอลหลายคนด้วยกันทั้งซูจี, แทคยอน 2PM ,อูยอง 2PM, ฮัมอึนจอง และไอยู ซึ่งต่อมาได้กลายมาเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทของเขา

2012 The Moon That Embraces The Sun

(30 ล้านวอน/ตอน ประมาณ 7.8 แสนบาท)

หนึ่งในซีรีส์ที่วนดูกี่รอบก็ยังสนุก เป็นซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จมากๆ เพราะฝ่าบาทของเราที่นำแสดงโดยคิมซูฮยอนเนี่ย น่ารักมากกกกก เล่นดีมาก ทำเอาร้องตามไปหลายยก โดยซีรีส์เรื่องนี้มีทั้งหมดด้วยกัน 20 ตอน ได้รับเรตติ้งสูงสุดอยู่ที่ 42.2% มีรายงานว่าหนุ่มคิมซูฮยอนได้รับค่าจ้างจากเรื่องนี้ถึง 600 ล้านวอน หรือประมาณ 15.7 ล้านบาท ทำให้เขาสามารถเช่าบ้านใหม่ให้ครอบครัวได้ เจ้าตัวภูมิใจสุดๆ และไม่เท่านั้นหลังจากซีรีส์เรื่องนี้เขาได้รับเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณามากถึง 17 ชิ้น ค่าตัวในการถ่ายโฆษณาเพิ่มขึ้นจาก 600 ล้านวอน เป็น 700 ล้านวอน กวาดรายได้จากโฆษณาเพียงอย่างเดียวไปเหนาะๆ อีก 8 พันล้านวอน

2012 Dream High Season 2


เรื่องนี้หนุ่มคิมซูฮยอนของเราแอบดอดมาเป็นแขกรับเชิญร่วมแสดงแค่ตอนแรกเพียงตอนเดียวเท่านั้น เพื่อตอบรับกระแสเรียกร้องจากแฟนละคร ที่อยากกจะเห็นเขาในบทซงซัมดงอีกครั้ง

2013 You Who Came From The Star

(100 ล้านวอน/ตอน ประมาณ 2.6 ล้านบาท)

ซีรีส์สุดปัง ดังเป็นพลุแตกของคิมซูฮยอน ไม่ว่าจะหันไปทางไหนใครๆ ก็เรียกหาแต่โทเมเนเจอร์ เป็นซีรีส์ที่ได้รับความนิยมมากทั้งในประเทศเกาหลีใต้และต่างประเทศ ทำให้คิมซูฮยอนมีชื่อเสียงมากขึ้นจนขึ้นแท่นเป็นพระเอกแถวหน้าของวงการเกาหลีใต้ และความดังของเขาก็ทำให้ในปีถัดมา 2014 คิมซูฮยอนถึงกับได้รับฉายาว่าเจ้าพ่อโฆษณา เพราะมีงานโฆษณาเข้ามามากถึง 35 ชิ้น กลายเป็นปรากฏการณ์คิมซููฮยอนฟีเวอร์ ที่ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอหน้าเขาเต็มไปหมด

2016 The Producer


ซีรีส์เรื่องสุดท้ายที่หนุ่มคิมซูฮยอนฝากฝีมือเอาไว้ก่อนจะต้องไปรับใช้ชาติ โดยเรื่องนี้เป็นการโคจรกลับมาพบกันอีกครั้งของคิมซูฮยอนและนักร้องไอดอลสาวไอยู ซึ่งผลงานการแสดงเรื่องนี้ทำให้คิมซูฮยอนสามารถคว้ารางวัลแดซัง (รางวัลใหญ่ที่สุดด้านการแสดง) ในงาน KBS Drama Award 2015 และงาน The 8th Korea Drama Awards เลยทีเดียว

2019 Hotel Del Luna


หนุ่มคิมซูฮยอนเพิ่งออกมาจากกรมได้หมาดๆ ก็ดอดมารับเชิญในตอนสุดท้ายของซีรีส์เรื่องนี้ ให้แฟนๆ ได้หายคิดถึง กับบทเถ้าแก่คนใหม่แห่ง Hotel Blue Moon แม้จะโผล่มาเพียงแค่ 1 นาที แต่ท่วงท่าการแสดงและความหล่อเหลาก็สะกดสายตาแฟนๆ ได้อยู่หมัด ถึงขั้นที่ว่าเกิดกระแสพูดถึงในโลกออนไลน์อยากให้ทำซีรีส์เรื่องนี้ต่อเป็นซีซันที่ 2 

2019 Crash Landing On You


เรื่องนี้คิมซูฮยอนก็โผล่มารับเชิญอีกแล้วจ้ากับบท วอนรยูวาน สายลับจากเกาหลีเหนือที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ในเกาหลีใต้ งานนี้คิมซูฮยอนเขามาในลุกส์ที่ใครก็คาดไม่ถึง เพราะเด๋อด๋า น่ารักสุดๆ กับชุดวอร์มสีเขียวในตำนานจากภาพยนตร์เรื่อง Secretly, Greatly ที่เขาเคยแสดงเมื่อปี 2013 ซึ่งเรื่องนี้เขาก็โผล่มาให้เห็นแค่แว๊บเดียวเท่านั้นประมาณ 2 นาที แต่เป็น 2 นาทีที่ทำเอาเป็นข่าวครึกโครม ถูกเอาไปพูดถึงอีกนานหลายเดือน

2020 It’s okay to not be okay

(200 ล้านวอน/ตอน ประมาณ 5.2 ล้านบาท)

ซีรีส์เรื่องล่าสุด ที่กำลังออนแอร์และเป็นกระแสถูกพูดถึงอยู่ในช่วงนี้ เรื่องนี้เป็นผลงานหวนคืนจอแก้วของคิมซูฮยอนในรอบ 5 ปี กับซีรีส์แนวโรแมนติกแฟนตาซีเรื่องความรักของคน 2 คนที่จะมาช่วยเยียวยาและเติมเต็มซึ่งกันและกัน โดยหนุ่มคิมซูฮยอนรับบทเป็นเจ้าหน้าที่แผนกจิตเวช ประกบคู่กับนางเอกสาวซอเยจีที่มารับบทเป็นนักเขียนวรรณกรรมเยาวชน ที่เป็นโรคต่อต้านสังคม แน่นอนว่าครั้งนี้เขากลับมาแบบยิ่งใหญ่ ล่าสุดมีรายงานเรื่องค่าตัวของคิมซูฮยอนว่าเขาได้ค่าเหนื่อยที่ 200 ล้านวอนต่อตอน หรือประมาณ 5.2 ล้านบาท ซึ่งซีรีส์มีทั้งหมด 16 ตอน ก็ไปคูณกันเอาเองแล้วกันว่าจบเรื่องหนุ่มคิมซูฮยอนเขากวาดรายได้ไปเท่าไหร่ นี่ยังไม่นับรวมรายได้บางส่วนที่จะได้จาก Netflix และโฆษณาสินค้าในละครอีกนะ ทำให้ตอนนี้เขากลายเป็นนักแสดงที่มีค่าตัวสูงที่สุดในประวัติศาสตร์เกาหลี