เคยเป็นกันมั้ยคะ? เวลาที่เราได้ดูหนังสักเรื่องแล้วชอบเผลออินเกินเบอร์ จนอดจินตนาการไม่ได้ว่าอยากจะลองสวมวิญญาณเป็นนางเอกของเรื่องนั้นๆ ดูบ้างสักครั้ง เพราะภาพยนตร์แต่ละเรื่องเองก็ล้วนแล้วแต่มีคาแรกเตอร์ของพระเอกแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่พระเอกรุ่นพี่หน้าใสสมัยวัย Puppy Love พระเอกหล่อเซอร์ช่วงเฟรชชี่ตอนมหาวิทยาลัย พระเอกแสนดีอบอุ่นประหนึ่งไมโครเวฟแบบที่มากกว่านี้อีกนิดพระอาทิตย์ยังต้องเรียกพี่ ไปจนถึงพระเอกแบดบอย รวั้ยรว้ายสไตล์ผู้หญิงชอบคนเลว แต่ไม่ว่าจะแบบไหนก็ทำให้เรากร๊าวใจได้ทุกครั้งที่ดูเลยค่ะ แถมพระเอกจากบางเรื่องในอดีตที่ทำให้เรากรี๊ดกร๊าดมาถึงปัจจุบันก็ยังมี  ReadAlert ชักอยากรู้แล้วสิว่าจะมีพระเอกคนไหนติดอยู่ในความทรงจำของเพื่อนๆ บ้างนะ

อินทรีแดง 

“ถ้าหนังฮอลลีวู้ดมีซูเปอร์แมน อินทรีแดงก็คือพระเอกสายฮีโร่ของคนไทย”

 

ประเดิมกันด้วยหนังในความทรงจำสมัยรุ่นคุณพ่อคุณแม่ยังหนุ่มสาวด้วย “อินทรีแดง” ฮีโร่ขวัญใจคนไทยที่ไม่ว่าใครได้ยินเป็นต้องหวนคิดถึงภาพจำซึ่งหลงเหลือทิ้งไว้เป็นตำนานของพระเอกตลอดกาลอย่าง มิตร ชัยบัญชา ผู้รับบทนำเป็นอินทรีแดงคนแรก ในภาพลักษณ์ของฮีโร่ลึกลับชอบออกช่วยเหลือคนเดือดร้อนตกทุกข์ได้ยากจากผู้มีอำนาจมืดเหนือกฎหมาย พร้อมกับการใส่หน้ากากนกอินทรีสีแดงปิดบังใบหน้าและตัวตนที่แท้จริง แต่น่าเสียดายที่ระหว่างการถ่ายทำคุณมิตร ชัยบัญชาได้ประสบอุบัติเหตุผลัดตกจากเฮลิคอปเตอร์ ขณะกำลังเข้าฉากสุดท้ายในภาคที่ 6 เมื่อปี 2513 นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของวงการบันเทิงไทยในครั้งนั้นเลยทีเดียวค่ะ

 


น้ำพุ

“พระเอกขาดความอบอุ่น ครอบครัวมีปัญหาที่เราต้องคอยเอาใจช่วย

 

นอกจากการเป็นนักร้องนำวงร็อคระดับแนวหน้าของเมืองไทย รู้มั้ยว่า “อำพล ลำพูน” หรือ “พี่หนุ่ย ไมโคร” ที่หลายคนรู้จัก ยังเคยฝากฝีไม้ลายมือไว้ในภาพยนตร์สะท้อนสังคม ครอบครัว และช่วงชีวิตวัยรุ่นหัวเลี้ยวหัวต่ออย่าง “น้ำพุ” มาแล้วค่ะ น้ำพุ เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มผู้เติบโตขึ้นท่ามกลางครอบครัวที่หย่าร้าง พ่อแม่ไม่ได้ให้ความรักและการเอาใจใส่เท่าที่ควร จนในที่สุดน้ำพุก็เลือกเดินทางผิดให้กับชีวิต เขาติดยาเสพติดอย่างหนัก กระทั่งเสียชีวิตลงด้วยสาเหตุจากการเสพเฮโรอีนเกินขนาดในวัยเพียง 18 ปี เรียกว่างานนี้พี่หนุ่ยสามารถตีบทได้แตกกระจุยกับประโยคสั้นๆ แค่ แม่ฮะ พุติดยา  แต่กลับดึงเอาความโดดเดี่ยว น่าสงสารของน้ำพุถ่ายทอดออกมาให้ผู้ชมได้ตระหนักถึงภัยร้ายจากยาเสพติดได้อย่างเข้าถึงอารมณ์ ถึงขั้นกวาดรางวัลต่างๆ มาแล้วมากมาย ทั้งรางวัลตุ๊กตาทองจากสาขาดารานำชายยอดเยี่ยม และรางวัลดารานำชายดีเด่น จากงานเทศกาลภาพยนตร์แห่งเอเซียและแปซิฟิก ครั้งที่ 29

 


คู่กรรม 

“พระเอกผู้เสียสละ ต้องเลือกระหว่างความรักและหน้าที่”

 

นวนิยายรักอมตะที่เล่าถึงเหตุการณ์บ้านเมืองในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งกองทัพญี่ปุ่นได้เข้ามาตั้งฐานทัพในเมืองไทย โดยมีโกโบริ (วรุฒน์ วรธรรม) นายทหารหนุ่มสัญชาติญี่ปุ่นผู้เป็นนายกองซึ่งต่อมาได้พบรักกับอังศุมาลิน (จินตหรา สุขพัฒน์) ก่อนที่ทั้งคู่จะถูกจับให้แต่งงานกันด้วยเหตุผลทางการเมือง และจบลงด้วยความรักที่ไม่สมหวัง แม้คู่กรรมจะผ่านการรีเมคเป็นเวอร์ชั่นต่างๆ มาแล้วมากมาย ตั้งแต่แบบภาพยนตร์ ไปจนถึงละครโทรทัศน์ แต่ถ้าหากลองได้ถามใครต่อใครถึงโกโบริเวอร์ชั่นที่ตราตรึงใจที่สุด แน่นอนว่าคงมีหลายคนพร้อมตอบชื่อของคุณโอ วรุฒน์ พระเอกหนุ่มรูปหล่อ หน้าตาคมคายไม่แพ้ณเดชน์ในยุคนี้เป็นเสียงเดียวกัน เพราะแม้แต่เจ้าของเรื่องอย่างคุณทมยันตีเองก็ยังการันตีความแม่นยำของคาแรกเตอร์ที่เหมือนถอดแบบออกมาจากหนังสือต้นฉบับได้ไม่มีผิดเพี้ยน

 


บุญชู ผู้น่ารัก

“พระเอกบ้านๆ จิตใจดี คอยสร้างเสียงหัวเราะให้ทุกคน”

 

“บุญชู” เด็กหนุ่มผู้ไร้พิษภัยที่ไม่ว่าใครก็ต้องพากันหลงรัก ด้วยเอกลักษณ์ประจำตัวอย่างสำเนียงสุดเหน่อ บวกกับหน้าตาพาซื่อชวนให้คนรอบข้างอารมณ์ดี โดยเนื้อเรื่องทั้งหมดเล่าถึงบุญชู บ้านโข้ง หนุ่มสุพรรณแสนซื่อที่เดินทางเข้ากรุงเทพเป็นครั้งแรกเพื่อมาสอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยตามความฝันของแม่ และด้วยความที่เป็นเด็กต่างจังหวัดจึงมักจะทำให้เขาเผลอทำอะไรเปิ่นๆ จนกลายมาเป็นเสน่ห์ของภาพยนตร์เรื่องยาวที่สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะชวนขบขันอยู่เสมอ สำหรับบุญชูผู้น่ารักภาคแรกนำแสดงโดยสันติสุข พรหมศิริ และจินตหรา สุขพัฒน์ พระ-นางคู่ขวัญที่โด่งดังสุดๆ ในยุคนั้น บวกกับกระแสความนิยมที่ประสบความสำเร็จทำให้เรื่องราวของบุญชูได้ถูกสร้างเป็นภาคต่อตามมาอีกเรื่อยๆ ถึง 8 ภาคด้วยกัน

 


โลกทั้งใบให้นายคนเดียว

“พระเอกรักครอบครัว พร้อมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคนที่รัก”

 

ภาพยนตร์แนวโรแมนติค ดราม่า แอ็คชั่น เรื่องแรกจากค่าย R.S. Film เครือบริษัทเพลงชื่อดังที่สร้างนักร้องออกสู่วงการเพลงไทยมาแล้วมากมาย เนื้อหาในภาพยนตร์เล่าถึงสองพี่น้องไม้ (สมชาย เข็มกลัด) และเม่น (ปราโมทย์ แสงศร) ที่หลงรักผู้หญิงคนเดียวกัน แต่ด้วยปัญหาครอบครัวทำให้ไม้ต้องเข้าร่วมกับแก๊งขโมยรถผิดกฎหมายเป็นเหตุให้มีปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย รวมถึงความรักความสัมพันธ์ระหว่างเขาและคนรอบตัวที่ต้องสะสางอีกด้วยค่ะ โดยโลกทั้งใบให้นายคนเดียวเข้าฉายครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. 2538 ทั้งยังสามารถคว้ารางวัลตุ๊กตาทอง และเคยทำสถิติติดอันดับภาพยนตร์ไทยรายได้สูงสุดตลอดกาลมาแล้ว

 


2499 อันธพาลครองเมือง

“พระเอกแบดบอย สไตล์ตัวร้ายแต่ก็รักเธอ”

 

คนนี้ต่อดุแค่ไหนเราก็ไหวค่ะ! สำหรับพระเอกในดวงใจของสาวน้อยสาวใหญ่ตลอดกาลอย่าง พี่ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี ที่ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัยผ่านไปก็ยังรักษาตำแหน่งพระเอกได้อย่างเหนียวแน่น กวาดมาแล้วมากมายตั้งแต่บทบาทคุณชายพจน์ผู้อ่อนโยนในปริศนา หรือนายเขมชาติผู้เกรี้ยวกราดในอย่าลืมฉัน แต่บทที่เปรี้ยงปร้างที่สุดจนเรียกได้ว่าแจ้งเกิดเปิดเส้นทางสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัวนั้น ต้องยกให้ “แดง ไบเล่ย์” จากเรื่อง 2499 อันธพาลครองเมืองไปครอบครอง กับบทบาทนักเลงอันธพาลวัยรุ่นเลือดร้อนผู้วางตัวอยู่เหนือกฎหมายบ้านเมือง ส่วนจะฮิตขนาดไหนคงไม่ต้องพูดถึง บอกได้แค่ว่าสาวๆ พร้อมละลายไปกับวลีเด็ดอย่าง “เป็นเมียเรา ต้องอดทน” กันทั่วบ้านทั่วเมือง

 


O-Negative รักออกแบบไม่ได้

“พระเอกสายติสท์ที่ทำให้วัยรุ่น อยากเป็นเด็กเดคกันทั้งประเทศ”

 

มิตรภาพ ความรัก และความผูกพัน สามสิ่งที่แยกออกจากกันได้ยากสำหรับชีวิตวัยรุ่นในรั้วมหาวิทยาลัย ซึ่ง O-Negative ภาพยนตร์ในตำนานขวัญใจวัยรุ่นยุค 90 เรื่องนี้ ก็สามารถหยิบยกเอาประเด็นต่างๆ มาตีโจทย์ ต่อยอด ถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราวความผูกพันระหว่างเพื่อนสนิทกรุ๊ปเลือดโอ นิสิตชายหญิงแห่งคณะมัณฑศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากรได้อย่างครบทุกรสชาติ ไม่ว่าจะในมุมมองความรักแบบเพื่อน หรือการพัฒนาความสัมพันธ์จากเพื่อนไปเป็นคนรักผ่านบทบาทของปริม (ทาทายัง) ฝุ่น (มนัสวี กฤตานุกูลย์) อาร์ท (เรย์ แมคโดนัล) ชมพู่ และปืน (ชาคริต แย้มนาม) นักร้อง-นักแสดงวัยรุ่น 5 ชีวิตซึ่งกำลังเป็นที่รู้จักในขณะนั้น โดยทันทีที่ภาพยนตร์เรื่อง O-Negative ออกฉายก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างท่วมท้นตามคาด ซึ่งล่าสุดกลุ่มเพื่อนกรุ๊ปโอก็ได้ถูกนำมาปัดฝุ่น รีเมคอีกครั้งเป็นเวอร์ชั่นซีรีย์บนจอโทรทัศน์ นำแสดงโดยวี วิโอเลตและเก้า จิรายุ เมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา

 


นางนาก 

“พระเอกรักเดียวใจเดียว ข้ามทุกกฎเกณฑ์ระหว่างคนเป็นและคนตาย”

 

นอกจากจะเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ทำรายได้สูงสุดของไทยแซงหน้าแม้แต่ Titanic ที่ออกฉายในปีเดียวกันแล้ว นางนาก ยังเป็นภาพยนตร์ที่ได้เค้าโครงมาจากเรื่องจริงของ นาก (รับบทโดยทราย เจริญปุระ) หญิงสาวชาวพระโขนงซึ่งเสียชีวิตพร้อมลูกในท้องจากความยากลำบากของการคลอดลูกในสมัยก่อน ระหว่างที่มาก (วินัย ไกรบุตร) ผู้เป็นสามีถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารช่วงสงคราม แต่ด้วยความรักที่มีต่อสามีทำให้วิญญาณยังคอยวนเวียนอยู่ที่บ้านไม่ไปไหน ทั้งยังเที่ยวหักคอชาวบ้านในละแวกนั้นที่พยายามบอกความจริงแก่มากจนเรื่องราวความเฮี้ยนเป็นที่โจษจันไปทั่วคุ้งน้ำพระโขนง ซึ่งนางนากในเวอร์ชั่นนี้ก็ได้มีการใส่รายละเอียดต่างๆ ให้ดูหลอน และสมจริงมากยิ่งขึ้นจนถือได้ว่าเป็นเวอร์ชั่นที่หลายคนต่างลงความเห็นว่าน่ากลัวที่สุด ทำให้สมัยเด็กๆ หลังจากดูเรื่องนี้จบแล้วถึงขั้นไม่กล้าลุกมาเข้าห้องน้ำหรือนอนคนเดียวไปหลายคืนเลยค่ะ

 


แฟนฉัน

“พระเอก No.1ในดวงใจของคนแอบรักเพื่อนสมัยเด็ก”

 

ใครๆ ก็บอกเสมอว่า รักครั้งแรกมักไม่สมหวัง  แน่นอนว่าเรื่องราวของเพื่อนสมัยเด็กระหว่างเจี๊ยบ (แน็ค-ชาลี ไตรรัตน์) และน้อยหน่า (โฟกัส-โฟกัส จีระกุล) เด็กหญิงผมเปียผู้รักการโดดยางและเล่นพ่อแม่ลูกเป็นชีวิตจิตใจก็เช่นกันค่ะ เจี๊ยบเป็นเด็กผู้ชายเพียงคนเดียวในกลุ่มของน้อยหน่า เพื่อนสาวคนสนิทที่มีบ้านอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่หลัง และเพราะสาเหตุนี้เองเจี๊ยบและน้อยหน่าจึงมักจะถูกเพื่อนในห้องคนอื่นล้อว่าเป็นแฟนกันอยู่เสมอ ด้วยความเป็นเด็กชายเพียงคนเดียวในกลุ่มเด็กหญิงทำให้เจี๊ยบเริ่มรู้สึกแปลกแยก เขาพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้แก๊งเพื่อนผู้ชายยอมรับ หนึ่งในนั้นก็คือการตัดหนังยางสุดรักสุดหวงของน้อยหน่าที่กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความไม่เข้าใจกันของคนทั้งคู่ ท้ายที่สุดหนังจบลงด้วยการที่ทั้งเจี๊ยบและน้อยหน่าเองต่างก็แยกย้ายกันไปตามทางของแต่ละคน กระทั่งเจี๊ยบได้กลับมาเจอน้อยหน่ารักแรกในวัยเด็กของเขาอีกครั้งในงานแต่งงานของเด็กสาวผู้เคยเป็นเหมือนเพื่อนสนิท แฟนฉันจึงเปรียบเสมือนภาพยนตร์ที่เป็นกล่องเก็บความทรงจำของใครหลายคน เพราะชวนให้เราคิดถึงรักครั้งแรกได้ทุกครั้งที่เปิดดูเลยค่ะ

 


องค์บาก

“พระเอกสายบู๊ ยืนหยัดต่อสู้เพื่อความถูกต้อง”

 

องค์บาก เล่าถึงเรื่องราวของการออกตามหาเศียรพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกตัดและขโมยไปจากหมู่บ้าน บุญทิ้ง (โทนี่จา) จึงอาสาออกตามหาร่วมกับเพื่อนอีกสองคน พร้อมต้องต่อสู้กับอำนาจมืดอย่างเจ้าพ่อมาเฟียอิทธิพลจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด และด้วยเอกลักษณ์การต่อสู้อันโดดเด่นสะดุดตานี่เองทำให้โทนี่จาโด่งดังอย่างฉุดไม่อยู่ตั้งแต่ครั้งแรกที่ภาพยนตร์ออกฉาย ซึ่งไม่เพียงแค่ในประเทศไทยเท่านั้นนะคะ แต่เขายังเปรียบเสมือนตัวแทนคนไทยผู้นำพาศิลปะอย่างแม่ไม้มวยไทยโบราณให้โด่งดัง เป็นที่รู้จักสำหรับชาวต่างชาติทั่วโลกอีกด้วย

 


โหมโรง

“พระเอกนักดนตรีผู้มุ่งมั่น ทำอะไรจริงจัง ไม่หวั่นไหว”

 

แม้จะจุดประกายโดดเด่นในวงการบันเทิงให้เห็นแววมาตั้งแต่ภาพยนตร์แห่งศรัทธาเรื่องแรกอย่าง 15 ค่ำเดือน 11 แต่นักแสดงคุณภาพมากฝีมืออย่าง “โอ อนุชิต” ก็ยังสามารถก้าวข้าวความท้าทายด้านการแสดงไปได้อีกขั้นในบทบาทของ ศร ชายหนุ่มผู้มีความผูกพันกับดนตรีไทย โดยเฉพาะระนาดเอกจากบิดามาตั้งแต่เกิด และด้วยพรสวรรค์อันเปี่ยมล้นบวกกับฝีมือการเล่นระนาดเอกแบบไม่เป็นสองรองใคร ทำให้เขาสามารถเอาชนะคู่ปรับอย่างขุนอินจนกลายเป็นนักดนตรีผู้มีชื่อเสียงจนได้รับการอุปถัมป์ให้เป็นนักดนตรีประจำราชสำนักในภายหลัง ซึ่งในปีนั้นนอกจากโหมโรงจะได้รับการยกย่องให้เป็นภาพยนตร์ยอดเยี่ยมตลอดกาลจนกวาดรางวัลแล้วแทบทุกสาขาเวทีแล้ว ชื่อของโอ อนุชิตเองยังได้รับการยอมรับและถูกพูดถึงเป็นวงกว้างทั้งเรื่องของการแสดง และความทุ่มเทในการหัดเล่นและฝึกซ้อมดนตรีไทยประเภทต่างๆ นานถึง 8 เดือนเพื่อความสมจริงจากภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

 


ชัตเตอร์กดติดวิญญาณ

“พระเอกลึกลับน่าค้นหา ด้วยปมที่ซ่อนในใจ”

 

เมื่อภาพถ่ายเป็นมากกว่าเครื่องมือบันทึกความทรงจำ เพราะมันยังแฝงมาด้วยแขกไม่ได้รับเชิญ… ชัตเตอร์กดติดวิญญาณ ภาพยนตร์แนวสยองขวัญที่ได้รับการยกให้เป็นภาพยนตร์ผีไทยที่ทั้งดีและน่ากลัวที่สุดนับตั้งแต่วันเข้าฉายจนถึงปัจจุบัน นำแสดงโดยอนันดา เอเวอร์ริงแฮม และวีเจจ๋า ณัฐฐาวีรนุช เล่าถึงเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นหลังจากธรรม์ ช่างภาพหนุ่มและเจน แฟนสาวของเขาได้ขับรถชนหญิงสาวคนหนึ่งก่อนจะหนีไป ซึ่งในเวลาต่อมาทุกครั้งที่ธรรม์ถ่ายภาพก็มักจะมีเงาบางอย่างคล้ายกับใบหน้าผู้หญิงติดมาในรูปด้วยเสมอ และภาพถ่ายเหล่านั้นก็เป็นเหมือนปมความลับของเรื่องราวทั้งหมดซึ่งค่อยๆ คลี่คลายให้คนทั้งคู่ได้พบกับความจริงที่ซ่อนอยู่ แน่นอนว่านอกจากบทบาทด้านการแสดงของอนันดาซึ่งคีพคาแรกเตอร์เป็นชายหนุ่มผู้มีอะไรบางอย่างเก็บซ่อนอยู่ในใจได้อย่างเฉียบขาดไม่มีที่ติแล้ว รายละเอียดที่ทางผู้สร้างใส่ให้กับตัวหนังเองก็ยังผ่านการคิดวิเคราะห์มาอย่างแยบยล ทั้งโทนสีและสัญลักษณ์ต่างๆ ภายในเรื่องที่ช่วยให้เนื้อเรื่องกลมกล่อมปนลุ้นระทึกมากยิ่งขึ้น

 


เพื่อนสนิท

“พระเอกปากแข็ง รู้ตัวช้า ที่จริงรักเธอเสมอ”

 

ก่อนจะมาเป็นเฟรนด์โซน เราเคยมีหนังรักเกี่ยวกับเรื่องราวของ “เพื่อนสนิท” อย่างไข่ย้อย (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) และดากานดา (นุ่น ศิรพันธ์) สองคู่หูคู่ฮาเพื่อนรักแห่งคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มาแล้วตั้งแต่ปี 2548… เมื่อหนึ่งคนเป็นเพื่อนรัก ขณะที่อีกคนหนึ่งแอบหลงรักเพื่อนสนิทและเก็บงำความลับนี้ไว้กับตัวเองตลอดมา จนในที่สุดไข่ย้อยก็ตัดสินใจสารภาพความในใจกับดากานดาเอาเมื่อวันสุดท้ายของการเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 เพื่อนสนิทใช้เทคนิคการเล่าตัดสลับระหว่างสองช่วงเวลาผ่านความหลังสมัยเรียนของไข่ย้อย และตอนที่เขารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลบนเกาะพะงัน นอกจากจะเป็นหนังแนวแอบรักเพื่อนที่ทำเอาหลายคนอินสุดๆ แล้ว เพื่อนสนิทยังถือเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในวงการบันเทิงของซันนี่ พระเอกสุดติสท์คนนี้อีกด้วย

 


สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก 

“พระเอกรุ่นพี่หน้าใสที่ใครๆ ก็ต้องแอบกรี๊ดดดด”

 

แรงบันดาลใจจาก Based On True Story รักแรกใสๆ วัยปั๊บปี้เลิฟในช่วงวัยมัธยมของใครหลายคนที่เราล้วนต้องเคยมีประสบการณ์ผ่านโมเมนต์กรี๊ดกร๊าดคนหล่อ-สวยในรั้วโรงเรียนมาแล้วแทบทั้งนั้น สิ่งเล็กๆ อาศัยการดำเนินเรื่องผ่านมุมมองของตัวละครเอกอย่างน้ำ (ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก) สาวน้อยม.1 วัย 14 หน้าตาแสนจะธรรมด๊าธรรมดา แต่ดันไปตกหลุมรักพี่โชน (มาริโอ้ เมาเร่อ) รุ่นพี่สุดหล่อหน้าใส ผู้ป๊อปปูล่าประจำชั้นม.4 ขวัญใจสาวม.ต้น ม.ปลายทั้งโรงเรียน น้ำจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดูสวยและโดดเด่นขึ้นมาด้วยหวังว่าพี่โชนจะหันมาสนใจเธอสักครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการแอบเดินผ่านหน้าห้อง แปะสติกเกอร์หัวใจในวันวาเลนไทน์ ไปจนถึงแอบโทรเข้าบ้านฟังเสียงเขาแล้วรีบวางสายมาเขินเองเออเองอยู่คนเดียว ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้แทบจะเป็นเหมือนตัวแทนความในใจของบรรดาคนแอบรักรุ่นน้อง แอบจองรุ่นพี่สมัยคอซองขาสั้นเลยก็ว่าได้ค่ะ

 


รถไฟฟ้ามาหานะเธอ

“พระเอกสุดอบอุ่น ขวัญใจสาวน้อย สาวใหญ่วัยทำงาน”

 

ภาพยนตร์แนวโรแมนติก คอมเมดี้ที่เล่าถึงชีวิตวัยกำลังใกล้ขึ้นคานเพราะคนรอบตัวเริ่มทยอยแต่งงานไปกันหมดของเหมยลี่ (คริส หอวัง) พนักงานบริษัทสาวโสดหน้าหมวย อายุอานามเฉียด 30 และยังไม่เคยแม้แต่จะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนสักคน เธอจึงพยายามทำทุกวิธีทางเพื่อจะพิชิตใจลุง (เคน ธีรเดช) วิศวกรหนุ่มหล่อผู้ดูแลระบบรถไฟฟ้าบีทีเอสซี่งโคจรมาพบกันโดยบังเอิญ ไม่ว่าจะเป็นการไปตะลุยกินของอร่อยแถวเยาวราช ดูดาวที่ท้องฟ้าจำลอง หรือแม้แต่ทิ้งทริปทัวร์จีนกับที่บ้านเพื่อมาเล่นสงกรานต์กับชายหนุ่ม ซึ่งแต่ละฉากแต่ละตอนในภาพยนตร์ยังได้เลือกใช้สถานที่สำคัญต่างๆ อีกหลายแห่งในกรุงเทพมาเป็นโลเคชั่นเพื่อสร้างอารมณ์ร่วมให้มากขึ้นจนทำให้คนดูอย่างเราๆ รู้สึกเหมือนได้เดินทางเที่ยวไปพร้อมกับพระเอก-นางเอกของเรื่อง เท่านั้นยังไม่พอค่ะ! เพราะพี่เคนในเรื่องนี้ยังหล่อเจิดจ้า เต็มไปด้วยออร่าพระเอกสุดๆ โดยเฉพาะกับฉาก ‘ หล่อทะลุแป้ง ‘ ที่ทำเอาสาวๆ อยากเปลี่ยนชื่อเป็นเหมยลี่กันทั่วหน้า