หลังจากที่เราได้รวบรวมเกมดีๆ ที่เปิดตัวมาก่อนปี 2000 ไว้ใน 50 เกมระดับตำนานในความทรงจำ ภาค 1 ให้ได้หายคิดถึงกันมาบ้างแล้ว ครั้งนี้เราขอขยับช่วงเวลามาอีกสักหน่อยด้วย 50 เกมระดับตำนานในความทรงจำ ภาค 2 ที่รวบรวมเกมน่าเล่น เกมดัง ที่ออกมาตั้งแต่ปี 2000 บางเกมอาจจะหาเล่นได้ยากแต่เคยสร้างยอดขายมหาศาลและสถิติงามๆ ไว้ให้กับวงการ บางเกมนั้นก็เพิ่งเปิดตัวแต่น่าสนใจมากจนเราต้องพูดถึง จะมีเกมไหนอยู่ในลิสต์บ้างไปดูกันเลย!

 

1) Alan Wake (2010)

นี่คือเกม action-adventure ที่มีพล็อตเรื่องที่แหวกแนวไม่น้อย เพราะคุณจะต้องเล่นเป็น Alan Wake นักเขียนนวนิยายสยองขวัญ ที่ต้องตามหาภรรยาที่หายไปอย่างลึกลับระหว่างไปพักผ่อนที่เมือง Bright Falls โดยอาวุธที่คุณต้องใช้ต่อสู้หลักๆ มีแค่ปืนและไฟฉายเท่านั้น

 

2) Apex Legends (2019)

ในยุคที่เกมแนว battle royale ครองเมือง ค่าย EA ได้สร้างประหลาดใจ ด้วยการปล่อยเกมในจักรวาล Titanfall เกมรบหุ่นยนต์ยักษ์ที่ไม่ประสบความสำเร็จเรื่องยอดขายเท่าไหร่ แต่หลังจาก EA ปล่อย Apex Legends ก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีด้วยยอดผู้เล่น 10 ล้านคนได้ภายใน 72 ชั่วโมงเท่านั้น โดยจุดเด่นเด่นอยู่ที่ระบบเกมเพลย์ที่รวดเร็ว กราฟฟิกที่สวยงาม ตัวละครที่หลากหลาย ซึ่งหากสรุปอย่างง่ายๆ ก็เรียกได้ว่ามันรวมเอาจุดเด่นของเกมแนว battle royale ดังๆ ในยุคนี้ไว้ทั้งหมด

 

3) Assassin’s Creed (2007)

รู้หรือไม่? เดิมทีเกมนี้เคยชื่อ Prince of Persia: Assassin มาก่อน เพราะจริงๆแรกเริ่มนี่คือโปรเจคสำหรับการพัฒนาแฟรนไชส์ Prince of Persia แต่สุดท้าย Ubisoft ได้ตัดสินใจปรับเปลี่ยนโปรเจ็คและสร้างแฟรนไชส์ใหม่ขึ้นมา ซึ่งทำให้แฟรนไชส์เกม Assassin’s Creed โด่งดังและมีผู้คนติดตามมาจนถึงปัจจุบัน โดยจุดเด่นตรงที่การผูกเนื้อเรื่องเข้ากับเรื่องราวในประวัติศาสตร์จริงๆ

 

4) Battle Realms (2001)

ตั้งแต่เข้ายุคปี 2000 เป็นต้นมา ต้องบอกว่าเกมแนววางแผนแบบเรียลไทม์นั้นแทบไม่มีที่ยืนในอุตสาหกรรมเกม น้อยเกมที่เป็นที่จดจำและควรถูกกล่าวถึง ซึ่ง Battle Realms คือหนึ่งในเกมที่น่าจดจำ ด้วยสไตล์การเล่นที่รวดเร็ว ระบบเผ่า ยูนิตที่หลากหลาย แถมยังขึ้นชื่อในเรื่องความสมดุลย์ของเกม(เรียกว่าไม่มีเผ่าไหนโกง) จนครั้งหนึ่งมันถูกยกให้เป็นความหวังใหม่ของเกมแนว RTS

 

5) BioShock Infinite (2013)

หากลองนับดูแล้ว เกมนี้ถือเป็นภาคที่สามของแฟรนไชส์ โดยทีมพัฒนาได้ใช้แรงบันดาลใจจากเหตุการณ์ในช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคศตวรรษที่ 20 โดยตัวเกมมีเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองสมมุติลอยฟ้า Columbia ในปี 1912 ผู้เล่นต้องรับบทเป็นอดีตนักสืบ Booker DeWitt ที่ถูกส่งไปเพื่อตามหาหญิงสาวชื่อ Elizabeth ถูกกักขังไว้ ในปัจจุบัน BioShock Infinite ขายไปได้แล้วกว่า 4 ล้านชุด ถือเป็นภาคที่ขายได้มากที่สุดของแฟรนไชส์ และยังทำให้ BioShock กลับมาเป็นที่รักของเหล่าเกมเมอร์ได้อีกครั้ง

 

6) Call of Duty: Modern Warfare 3 (2011)

ชื่อของ Call of Duty นั้นเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้วสำหรับคอเกมแนว Action FPS แต่หากถามว่าแล้วเกมอะไรในแฟรนไชส์ Call of Duty ที่ทำยอดขายได้สูงสุดก็ต้องยกให้ Modern Warfare 3 นี่แหละ เพราะจนถึงปัจจุบันเกมนี้ทำยอดขายไปได้แล้วเกือบ 27 ล้านชุด และถือเป็นการจบแฟรนไชส์ไตรภาค Modern Warfare ที่สมบูรณ์สวยงามและน่าจดจำเหลือเกิน

 

7) Counter-Strike: Global Offensive (2012)

แม้จะผ่านมาเกือบ 10 ปี แต่ CS:GO ก็ยังถือเป็นหนึ่งเกมยอดนิยมอันดับต้นๆ ของโลกออนไลน์และอีสปอร์ต การแข่งขันชิงแชมป์โลกก็ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ทุกปี มีแฟนๆ ทั่วโลกเฝ้าติดตามทัวร์นาเมนต์มากมายหลายล้านคน และสามารถพูดได้เต็มปากว่านี่คือผู้ชนะของสงครามเกม Online FPS อย่างแท้จริง

 

8) Dark Souls (2011)

หากคุณเป็นเกมเมอร์หัวร้อน ความอดทนต่ำ หงุดหงิดง่าย นี่คือเกมที่ควรหลีกให้ไกลอย่างได้ไปยุ่งเกี่ยว แต่ถ้าคุณอยากทดสอบความอดทนก็ลองเลย เกมแนว Action RPG Openworld จาก Bandai Namco เกมนี้เป็นสิ่งที่ควรต้องลองสักครั้ง เพราะซีรีย์ Dark Soul ขึ้นชื่อมากเรื่องความยากในการเล่นผ่านด่าน แต่ถึงอย่างนั้น Dark Soul ก็เคยคว้ารางวัล Game of the Year มาแล้ว แถมล่าสุดทางค่ายยังจับมาอัพเกรดกราฟฟิกเพิ่มรองรับความละเอียด 4K เข้ามาให้ในภาค Remastered เพื่อให้แฟนยุคใหม่ที่รู้สึกว่า Dark Soul ภาคหลังๆ ไม่ยากอย่างที่เคยได้ยินมา ได้ลิ้มลองความโหดยากมหาหินกันอีกครั้ง

 

9) Detroit: Become Human (2018)

นี่คือหนึ่งในเกม exclusive ของเครื่อง PS4 ที่ใครมี PS4 แล้วยังไม่ได้เล่นถือว่าผิด ระบบกราฟฟิกภายในเกมสวยงามมาก เนื้อเรื่องสนุกชวนติดตามเสมือนดูภาพยนต์ระดับ blockbuster โดยเนื้อเรื่องจะดำเนินผ่านหุ่นยนตร์ 3 ตัวได้แก่ Kara / Connor / Markus ซึ่งเรื่องราวที่ดำเนินไปจะถูกกำหนดโดยตัวเลือกที่ผู้เล่นจะต้องเลือกทำภายในเกม ซึ่งตัวเลือกที่ต่างกันก็มีผลให้เนื้อเรื่องดำเนินแตกต่างกันไปด้วยถือเป็นมิติใหม่ของวงการเกมเลยทีเียว

 

10) Devil May Cry (2001)

นี่คือเกมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากบททวีดังของอิตาลีอย่าง Divina Commedia และนั่นทำตัวเอกของเกมมีชื่อ Dante ซึ่งก็คือชื่อกวีผู้แต่ง  Devil May Cry เป็นเกมแนว action-adventure สไตล์ hack & slash ที่โดดเด่นด้วยเกมเพลย์ที่รวดเร็ว ระบบท่าแบบคอมโบที่สวยงามสะใจและเนื้อเรื่องก็เข้มข้นน่าติดตาม ซึ่งความสำเร็จของ Devil May Cry ทำให้แฟรนไชส์ถูกต่อยอดถอดเรื่องราวออกมาเป็นนวนิยายถึงสองเล่มรวมไปถึงการ์ตูน-อนิเมชั่น

 

11) Diablo II (2000)

แม้ Diablo III จะถือเป็นเกมในแฟรนไชส์ที่ทำยอดขายได้มากสุดกว่า 30 ล้านชุด ซึ่งเป็นผลพวงโดยตรงจาก Diablo II เพราะเป็นถูกใจเหล่าเกมเมอร์สุดๆ จนถูกยกให้เป็น Diablo ที่ดีที่สุดจวบจนถึงปัจจุบัน ด้วยระบบ Quest ที่หลากหลาย เนื้อเรื่องเข้มข้นชวนติดตาม จนถูกยกให้เป็นต้นแบบเกมแนว Action RPG แบบ hack & slash ที่มีตามออกมาอีกนับสิบๆเกมหลังจากนั้น

 

12) Dota 2 (2013)

หากจะบอกว่าเกมไหนคือเกมที่จุดกระแสความนิยมของเกมแนว MOBA (Multiplayer Online Battle Arena) ให้กับอุตสาหกรรมเกม ชื่อของ Dota 2 น่าจะผุดขึ้นมาเป็นเกมแรกๆสำหรับเกมเมอร์ส่วนใหญ่ ความนิยมของ Dota 2 สามารถเห็นได้ชัดกับการแข่งขันชิงแชมป์โลก หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปในชื่อ The International ซึ่งถือเป็นอีเว้นท์อีสปอร์ตที่มียอดเงินรางวัลสูงสุดในอุตสาหกรรมเกม อย่าง The International 2018 ที่ผ่านไปเมื่อปีก่อน ก็มีเงินรางวัลเกือบ 25 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 820 ล้านบาท โดยทีมที่ชนะจะได้เงินรางวัลถึง 10.8 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 360 ล้านบาทเลยทีเดียว

 

13) Dragon Ball FighterZ (2018)

คงมีน้อยคนที่จะไม่รู้จักผลงานชิ้นเอกของ อ.อากิระ โทริยามะ อย่าง Dragon Ball เรื่องราวของเด็กน้อยมีหางนาม ซุน โกคู เกม Dragon Ball FighterZ เป็นผลงานเกมต่อสู้แบบทีมที่เป็นการพัฒนาของ Arc System Works และจัดจำหน่ายโดย Bandai Namco ตัวเกมประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วตั้งแต่เริ่มวางขาย ด้วยการทำยอดขายไปได้กว่า 2 ล้านชุดตั้งแต่สัปดาห์แรก ถือเป็นเกมในแฟรนไชส์ Dragon Ball ที่ทำยอดขายทะลุล้านได้ไวที่สุดนับตั้งแต่มีเกมที่ใช้ชื่อของ Dragon Ball ออกวางจำหน่าย

 

14) Fallout 3 (2008)

เกมในแฟรนไชส์ Fallout เป็นเกมที่ถ้าไม่รักก็เกลียดไปเลย ตัวเกมเป็นแนว Open World RPG ในโลกอนาคตที่ได้รับผลกระทบจากสงครามนิวเคลียร์ ตัวเกมสามารถเลือกเล่นได้ทั้งในแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่ง และมุมมองบุคคลที่สาม ตัวเกมอาจจะมีความรุนแรงมากสักหน่อย แต่ต้องบอกว่าเป็นเกมที่มีการนำเสนอที่เฉพาะตัวหากตัวเทียบได้ยาก มีเนื้อเรื่องที่เข้มข้นและค่อนข้างดาร์ค การันตีด้วยรางวัล Game of the Year จากหลายสำนักเกมรีวิว

 

15) Far Cry (2004)

อีกหนึ่งแฟรนไชส์เกมระดับ A list ของค่าย Ubisoft ตัวเกมเป็นเกม FPS open world ที่จวบจนถึงปัจจุบันถูกทำออกมาทั้งหมด 7 เกม แบ่งเป็นภาคหลัก 5 เกม และภาค spin-off อีก 2 เกม จุดเด่นของซีรีย์ Far Cry อยู่ที่เนื้อเรื่องที่สมจริงชวนติดตาม ระบบเกมเพลย์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนดูภาพยนต์แอคชั่นระเบิดภูเขาเผากระท่อมระดับฮอลลีวูด

 

16) Football Manager (2005)

หากคุณยังจำเกมจำลองผู้จัดการทีมฟุตบอลอย่าง CM ได้ นี่คือเกมที่คุณต้องเล่น เพราะหลังดราม่าแยกทางระหว่าง Eidos กับ SI Games ผลคือ Eidos ได้สิทธิ์ในการใช้ชื่อ Championship Manager ไป ขณะที่ SI Games ได้สิทธิ์ในส่วนของเกมเอนจิ้นไป ทาง SI Games ก็ได้มาพัฒนาต่อแล้วออกมาเป็น Football Manager เกมที่ได้ชื่อว่าเกมจำลองผู้จัดการทีมกีฬาที่สมจริงที่สุดในวงการเกม เพราะด้วยทีมการผลิตของ SI Games มีแมวมองอยู่กว่า 1,300 คนทั่วโลก สำหรับการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ค่าพลังของนักกีฬา โดยทางทีมพัฒนาก็เชื่อว่าข้อมูลของพวกเขาแม่นยำกว่า 99.5% และด้วยฐานข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ของวถิติ ทำให้มีสโมสรฟุตบอลลีกอาชีพจริงๆ มีการใช้ข้อมูลของ SI Games ในการวิเคราะห์และกำหนดทิศทางการพัฒนาของสโมสรด้วย

 

17) Fortnite (2017)

อีกหนึ่งเกม Battle Royale ที่มาแรงมากในยุคปัจจุบัน การันตีด้วยรางวัล Best Multiplayer Game จากงาน The Game Awards 2018 และรางวัลเกมยอดนิยมจากงาน Teen Choice Awards ความเจ๋งของ Fortnite คือรูปแบบการเล่นที่ไม่เหมือนใคร เพราะนอกจากต้องคอยเอาตัวรอดและกำจัดคู่ต่อสู้แล้ว เรายังคงคอยรวบรวมทรัพยากรภายในเกม เพื่อใช้สร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆเพื่อสร้างความได้เปรียบในการเล่นด้วย

 

18) Gears of War (2006)

ถ้าจะพูดถึงเกม exclusive ของทางฝั่งเครื่องเกม Xbox ก็คงต้องนึกถึง Gear of War เกมแนว action-adventure มุมมองบุคคลที่สาม เราจะได้รับบทเป็นอดีตพลทหาร Marcus Fenix ที่จำใจเข้าร่วมหน่วยรบ Delta ซึงภารกิจหลักคือการตามหาเครื่องระบุตำแหน่ง Resonator ที่จะช่วยให้เหล่ามนุษย์สามารถระบุฐานที่มั่นที่อยู่ใต้พื้นพิภพของเหล่า Locust ตัวเกมมีเกมเพลย์ที่รวดเร็ว มีเนื้อเรื่องที่ดี เหล่าศัตรูอาจจะดูไม่ฉลาดนักแต่ถ้าพูดเรื่องความอึดแล้วก็ไม่เป็นรองใครเหมือนกัน

 

19) Grand Theft Auto V (2013)

หนึ่งในเกมที่อื้อฉาวที่สุดเท่าที่วงการเกม เพราะหลายครั้งชื่อของ Grand Theft Auto จะถูกใช้เป็นข้ออ้างในการก่ออาชญากรรม แต่นั่นก็ไม่สามารถบิดเบือนความจริงที่ว่า Grand Theft Auto เป็นเกม action-adventure แบบ open world ที่ยอดเยี่ยมแค่ไหน โดยเฉพาะกับ GTA V ที่การันตียอดขายกว่า 11 ล้านชุด เพียงแค่ภายใน 24 ชั่วโมงแรกที่ตัวเกมออกจำหน่าย และจนถึงปัจจุบันมันขายไปได้แล้วกว่า 100 ล้านชุดทั่วโลก

 

20) God Eater (2010)

หากคุณเป็นแฟนเกมแนวล่ามอนสเตอร์อย่าง Monster Hunter แต่อยากหาเกมที่มีความแฟนตาซีมากขึ้น อยากล่าปีศาจหรือมอนสเตอร์ที่ตัวใหญ่ขึ้น มีเกมเพลย์ที่เร็วขึ้น มีความแอคชั่นที่มากขึ้น และมีเนื้อเรื่องที่เข้มข้นมีดราม่า God Eater ก็คือเกมที่คุณไม่ควรพลาดควรไปหามาเล่นสักครั้งในชีวิต

 

21) God of War (2005)

ถึงแม้คุณจะไม่ใช่คอเกมคอนโซล แต่เชื่อว่าคงมีเกมเมอร์ไม่กี่คนบนโลกที่ไม่รู้จักพ่อหนุ่มโล้นซ่าท้าทวยเทพนามว่า Kratos ด้วยความที่ God of War มีฉากหลังเกี่ยวกับตำนานเทพเจ้ากรีกโบราณ ทำให้เหล่าตัวละครหรือคู่ต่อสู้ในเกมก็จะเป็นเหล่าปีศาจหรือเทพในนิยายกรีกที่หลายคนคุ้นเคย ซึ่งนั่นเป็นส่วนนึงที่ทำให้เนื้อเรื่องของ God of War เข้าถึงผู้เล่นได้ง่าย ประกอบกับรูปแบบการเล่นที่รวดเร็วสะใจ มีการอาศัยจังหวะในการใช้ท่าพิเศษต่างๆ แม้ God of War (2018) ภาคใหม่ล่าสุดจะมียอดขายมากที่สุด แต่ความสำเร็จในปัจจุบันจะไม่เกิดขึ้นเลย หากขาดรากฐานจากภาคแรก

 

22) Half-Life 2 (2004)

พูดถึงเกมแนว Action FPS ส่วนใหญ่จะมักจะเน้นไปในเรื่องของแอคชั่นเกมเพลย์ที่รวดเร็วเป็นหลัก แต่ค่าย Valve กลับเลือกพัฒนา Half-Life ให้แตกต่างออกไป เพราะเขาใส่เอาความเป็นกึ่งๆ เกม Puzzle เข้าไปด้วย โดยตลอดการเล่นผู้เล่นจะต้องคอยคิดแก้ไขปริศนาภายในเกมไปพร้อมๆ กับความแอคชั่น และยิ่งพอมาเป็น Half-Life 2 ที่นอกจากจะมีปริศนาภายในเกมที่ซ่อนอยู่แล้ว ตัวเกมยังให้ทางเลือกผู้เล่นในการแก้ไขปัญหาหรือปริศนาที่มากกว่าหนึ่งทางทำให้ความสนุก Half-Life 2 นั้นโดดเด่นอย่างมาก  การันตีได้จากรางวัล Game of the Year ของหลายสำนักเกมรีวิว รวมถึงถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในเกมแห่งทศวรรษจากเวที Spike Video Game Awards ในปี 2012 ด้วย

 

23) Hearthstone (2014)

จักรวาลของ Warcraft นั้นไม่มีที่สิ้นสุด และเกมการ์ดดิจิตัลอย่าง Hearthstone คือหลักฐานที่ยืนยันคำกล่าวนั้นได้เป็นอย่างดี รูปแบบการเล่นของ Hearthstone โดยพื้นฐานก็ไม่ต่างอะไรจากเกมดวลไพ่ทั่วไป โดยความพิเศษอยู่ที่เหล่าฮีโร่หรือตัวละครในการ์ดแต่ละใบที่ถูกอ้างอิงมาจากโลกของ Warcraft นั่นเอง และระบบการเล่นของ Hearthstone นั้นค่อนข้างตรงไปตรงมาไม่ซับซ้อนถูกใจเหล่าเกมเมอร์ ต่างจากเกมการ์ดอื่นๆ ที่ผู้เล่นหน้าใหม่อาจต้องใช้เวลาพักใหญ่แต่สำหรับเกมน๊้สักสิบนาทีก็เล่นเป็นแล้ว แถมตัวเกมยังมีโหมดการเล่นที่หลากหลายต่างจากเกมการ์ดดิจิตัลอื่นๆ ที่มักจะมีแต่โหมดดวลกันเพียงอย่างเดียว

 

24) Hitman: Codename 47 (2000)

หลายคนอาจจะคุ้นๆกับภาพยนต์ฮอลลีวูดอย่าง Hitman: Agent 47 ที่ออกภายในปี 2015 ที่ผ่านมา ใช่แล้วภาพยนต์ดังกล่าวได้แรงบันดาลใจมาจากเกมแอคชั่นลอบสังหาร Hitman: Codename 47 นี่เอง แม้ตัวเกมจะไม่ได้รับคำวิจารณ์ที่ดีนัก คือมีทั้งดีและแย่ผสมปะปนกันไป รวมถึงยอดขายก็ไม่ได้อยู่ในระดับยอดเยี่ยม แต่ก็ไม่แย่ไม่ขาดทุน ด้วยยอดขายทั่วโลกกว่า 500,000 ชุด ตัวระบบเกมเพลย์เองกลับมีความน่าสนใจไม่น้อย เพราะนี่ถือเป็นเกมแรก ที่มีการเพิ่มระบบ ragdoll physics (ฟิสิกส์ว่าด้วยการกระเด็น-กระดอน-สะท้อน ของตัวละคร) เข้ามา และแม้ตอนเล่นมันจะขาดความสมจริงไปในหลายจุด เช่น เราไม่สามารถยิงปืนได้ขณะที่กำลังปีนหรือโหนบันได แต่ตัวเนื้อเรื่องกลับสนุกเข้มข้นน่าติดตาม ชวนให้ลืมข้อบกพร่องจนเล่นต่อไปจนจบได้

 

25) Left 4 Dead (2008)

ซอมบี้ไม่ได้อยู่คู่แค่กับวงการหนังฮอลลีวูดเท่านั้น ในอุตสาหกรรมเกมเอง ซอมบี้ก็ถือเป็นทรัพยากรชั้นดีที่เหล่านักพัฒนาชอบหยิบจับมาใช้เป็นแกนหลักในการพัฒนาเกม และถ้าจะถามว่าเกมยิงซอมบี้เกมไหนที่ให้อารมณ์แอคชั่นสะใจเสมือนดูหนังก็ต้องเกม Left 4 Dead นี้นี่แหละ เพราะนอกจากซอมบี้จะเยอะสะใจเหมือนอย่างในหนัง 28 Day Later หรือ Walking Dead แล้ว ตัวเกมยังเปิดโอกาสให้คุณสามารถเล่นร่วมกับเพื่อนพร้อมกันได้ถึง 4 คน เพื่อผ่าน 4 แคมเปญที่ตัวเกมมีให้เล่นได้ เพราะงานนี้บอกเลยว่าลุยคนเดียว…ศพไม่สวยแน่นอน

 

26) Little Big Planet (2008)

พอเข้าสู่ยุคปี 2000 เป็นต้นมา เกมแนวผจญภัยสไตล์แคชชวลเป็นอะไรที่หาเล่นได้ยากมาก Little Big Planet เลยเสมือนเป็น rare item ไปโดยปริยาย ความสนุกของตัวเกมมีให้ตั้งแต่เริ่มเกมกับการแต่งตัวเหล่าตัวละครถุงเท้าของเรา ระบบการเล่นที่ค่อนข้างมีฟิสิกส์ที่สมจริง ทีเด็ดเลยคือเหล่ามินิเกมต่างๆ ที่มีให้เล่น และการที่เราสามารถสร้างด่านของเราเองแล้วสามารถแบ่งปันด่านของเรากับผู้เล่นคนอื่นได้ มันสนุกมากๆ

 

27) Mass Effect (2007)

คุณยังจำ BioWare ได้รึเปล่า? ใช่แล้วนี่คือทีมพัฒนาผู้อยู่เบื้องหลังสุดยอดเกม RPG ตลอดกาลอย่าง Baldur’s Gate แล้วลองจินตนาการว่า BioWare นึกอยากทำเกม Action RPG ที่มีฉากหลังเป็นอวกาศและโลกอนาคตดู ใช่แล้ว Mass Effect คือผลลัพธ์ของจินตนาการที่ว่ามา แม้พล็อตเรื่องของ Mass Effect จะไม่ได้แปลกใหม่อะไร เรื่องราวว่าด้วยจักรวาลที่สงบสุขแต่โดนรุกรานโดยเผ่าพันธุ์อื่นที่หวังจะยึดครองจักรวาล เราซึ่งเป็นพลทหารของหน่วยรบที่ทำหน้าที่ปกป้องจักรวาลก็ต้องออกมาปกป้องและต่อสู้ แต่ระบบเกมเพลย์ที่แตกต่างของ Mass Effect ก็ทำให้เกมนี้น่าสนใจขึ้นมากทีเดียว

 

28) Max Payne (2001)

Max Payne เป็นเกม 3rd Person Shooting ที่มีเนื้อเรื่องสไตล์หนังแอคชั่นฮอลลีวูดทั่วไป เรารับบทบาทเป็น Max Payne อดีตตำรวจ NYPD ที่ครอบครัวถูกฆาตรกรรมโดยแกงค์ค้ายา แล้วต้องการจะล้างแค้น ความพิเศษที่ทำให้เกมนี้เป็นที่จดจำถึงทุกวันนี้คือระบบ bullet time เหมือนอย่างในภาพยนต์ The Matrix ซึ่งถือเป็นสิ่งแปลกใหม่และฮือฮามากในอุตสาหกรรมหนังตอนนั้น และ Max Payne ก็เป็นเกมแรกที่เอาระบบมุมมอง bullet time มาใช้ในอุตสาหกรรมเกม

 

29) Minecraft (2011)

หลายคนอาจจะพอรู้ว่า Tetris คือเกมที่ทำยอดขายมากสุดในโลกด้วยตัวเลขกว่า 170 ล้านชุด แต่เชื่อว่าส่วนใหญ่อาจไม่รู้ว่า Minecraft เกมสุดแนวสไตล์ sandbox survival ที่ถูกออกแบบโดย Markus Persson นักออกแบบเกมชาวสวีเดนนั้น ถือเป็นเกมที่มียอดขายมากที่สุดเป็นอันดับสองตลอดกาลของอุตสาหกรรมเกม ด้วยยอดขายถึงปัจจุบันกว่า 154 ล้านชุด ตัวเกม Minecraft เปิดโอกาสให้ผู้เล่นใช้ความคิดสร้างสรรในการสร้างสิ่งต่างๆได้อย่างอิสระ ขณะเดียวกันผู้เล่นก็ต้องเอาชีวิตรอดจากเหล่าสิ่งมีชีวิตที่ไม่เป็นมิตรในเกม เช่น ซอมบี้, ครีปเปอร์, แมงมุม เป็นต้น

 

30) Monster Hunter (2004)

นี่คือเกมที่จะทำให้คนที่มีความฝันอยากเป็นนักล่ามอนสเตอร์เป็นจริงขึ้นมาได้ ตัวเกมเป็นเกมแนว action role-playing ที่มีฉากหลังเป็นโลกแฟนตาซี เราจะรับบทบาทเป็นนักล่ามอนสเตอร์ที่ต้องคอยรับภารกิจจากชาวบ้าน เพื่อแลกรางวัลและสะสมวัตถุดิบเพื่อการอัพเกรดตัวเองให้เก่งขึ้นเรื่อยๆ จุดเด่นของ Monster Hunter อยู่ที่บรรดาเหล่ามอนสเตอร์ที่มีมากมายหลายแบบ แต่ละแบบแต่ละจำพวกก็มีรูปแบบการโจมตีที่แตกต่างกันออกไป นั่นทำให้การล่ามอนสเตอร์แต่ละครั้งก็มีความท้าทายที่ยากต่างกันออกไปด้วย

 

31) Need for Speed: Most Wanted (2005)

น้อยคนที่จะไม่รู้จักเกมแข่งรถอย่าง Need For Speed และหลายคนอาจจะรู้อยู่แล้วว่าเกมนี้นี่แหละที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับแฟรนไชส์ภาพยนต์อย่าง The Fast and the Furious โดยหากนับรวมเกมทั้งหมดในซีรีย์ Need For Speed แล้วจะมีทั้งหมดถึง 23 ภาค ทำยอดขายรวมกันทั้งหมดไปกว่า 150 ล้านชุด แต่หากถามว่าภาคไหนที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ทำยอดขายได้มากที่สุด ก็ต้องเป็น Most Wanted ที่ออกมาในปี 2005 ที่ทำยอดขายไปได้กว่า 16 ล้านชุด

 

32) New Super Mario Bros. (2006)

Mario ถือเป็นตัวละครระดับตำนานของอุตสาหกรรมเกม และ New Super Mario Bros. ที่ออกมาให้กับเครื่องเกมพกพาอย่าง Nintendo DS ก่อนจะพอร์ตลงเครื่อง Wii และล่าสุดกับภาค Deluxe บนเครื่อง Nintendo Switch ก็ถือเป็นการรีเซ็ตแฟรนไชส์มาริโอ้ได้อย่างงดงาม ตัวเกมคงไว้ซึ่งรูปแบบการเล่นแบบ 2D side-scrolling platform แต่เพิ่มเติมด้วยลูกเล่นต่างๆมากมายภายในฉาก ระบบสะสมเหรียญที่ช่วยเพิ่มความท้าทายให้กับผู้เล่นให้สามารถกลับมาเล่นซ้ำได้ ความสำเร็จของ New Super Mario Bros. ถือว่าทำได้เกินหน้าเกินตา Super Mario Bros. ไปเรียบร้อย เพราะแค่นับรวมยอดขายในเวอร์ชันของเครื่อง Nintendo DS และ Wii ก็ปาเข้าไปกว่า 60 ล้านชุดแล้ว

 

33) Nier: Automata (2017)

หากตัดสินเกมนี้จะวิดีโอโปรโมท 2-3 นาทีที่ Square Enix ปล่อยออกมา หลายคนก็คงคิดว่านี่ก็แค่อีกหนึ่งเกมแนว Action-RPG ที่มีกราฟฟิกสวยงามชวนมอง แต่จริงๆ แล้วจุดเด่นของ Nier: Automata กลับอยู่ที่เนื้อเรื่องที่น่าสนใจ เราจะได้รับบทเป็น 2B หุ่นแอนดรอยด์สไตล์ Gothic Lolita ซึ่งถูกโปรแกรมคำสั่งให้มาต่อสู้กับเหล่าเครื่องจักรเอเลี่ยนที่ยึดครองโลกอยู่ ตัวเกมเพลย์เองก็จะเป็นสไตล์ hack & slash เดินหน้าฆ่ามัน มีการผสมชุดการโจมตีให้เป็นคอมโบที่ต่อเนื่องให้กดกันสนุกๆ อีกหนึ่งจุดเด่นก็อยู่ที่ดนตรีประกอบที่ช่วยเร้าอารมณ์ให้ผู้เล่นอินไปกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในเกมได้อย่างยอดเยี่ยม และองค์ประกอยเด่นสุดท้ายคืองานศิลป์ที่ต้องบอกว่าโดดเด่นมากสำหรับการออกแบบตัวละคร ใส่ใจทั้งตัวเอก ตัวรอง ตัวประกอบฉาก และคอสตูมที่ดูโดดเด่นและเจ๋งสุดๆอีกด้วย

 

34) Overcooked (2016)

เกมแคชชวลดูง่ายๆ เหมาะที่จะเล่นกันภายในครอบครัวในวันหยุดพักผ่อน นั่นอาจเป็นความรู้สึกแรกที่คุณได้เห็นเกมเพลย์ของ Overcooked แต่เมื่อไหร่ที่คุณได้มีโอกาสจับจอยลองเล่นแล้วละก็ นิยามของเกมนี้จะเปลี่ยนไปทันที เพราะนี้คือเกมที่จะทำให้คุณหัวร้อนได้ถึงขีดสุด นี่คือเกมที่พร้อมจะทำลายความสัมพันธ์ของครอบครัวหรือแกงค์เพื่อนที่นั่งเล่นด้วยกัน และนั้นอาจจะทำให้คุณไม่ได้นอนเพราะความเมามันไปพร้อ มๆกัน อย่าประมาทเหล่าพ่อครัวหัวกลมตัวป้อมเหล่านี้เด็ดขาด…ขอเตือน!

 

35) Overwatch (2016)

หากใครรู้จักค่ายเกมยักษ์ใหญ่อย่าง Blizzard Ent. ก็คงพอรู้ว่าก่อนหน้า Overwatch จะถือกำเนิดขึ้น พวกเขามีเกมแค่สามแฟรนไชส์ในมือเท่านั้น แต่ว่าแต่ละแฟรนไชส์ก็จัดว่าเป็นระดับตำนานของวงการเกมทั้งสิ้น ไม่ว่าจะ Warcraft / Starcraft และ Diablo และตอนแรกเริ่มที่ Blizzard Ent. ประกาศจะพัฒนาเกม FPS ก็สร้างความประหลาดใจให้กับบรรดาแฟนเกมเป็นอย่างมาก จนมีการเดาไปต่างๆนานาว่า Blizzard จะหยิบจับเอาเกมในซีรีย์ไหนมาขยายจักรวาลออกมาเป็นแนว FPS แต่สุดท้าย Overwatch ก็ถือกำเนิดขึ้นเป็นแฟรนไชส์ที่ 4 ของครอบครัว Blizzard Ent. เป็นเกม Online Multiplayer FPS ที่มีคาแรกเตอร์เป็นของตัวเอง มีรูปแบบการเล่นไม่เหมือน FPS อื่นๆ ที่สำคัญ Overwatch ยังถือเป็นเกมที่ทำให้ Blizzard Ent. กระโดดเข้าสู่สนามอีสปอร์ตอย่างเต็ม

 

36) PlayerUnknown’s Battlergrounds (2017)

ถ้าวันนี้คุณยังเรียกตัวเกมว่าเกมเมอร์ แต่บอกว่าไม่รู้จักเกมอย่าง PUBG คงต้องถามกลับดังๆว่า “ไปอยู่ที่ไหนมา?” แม้ PUBG จะไม่ใช่เกมแนว battle royale survival เกมแรกที่ถือกำเนิดขึ้น แต่ต้องยอมรับว่า PUBG คือเกมที่จุดกระแสเกมแนวนี้ให้เป็นที่นิยมกันอย่างบ้าคลั่งทั่วทั้งโลก และการถือกำเนิดของ PUBG แทบจะถือเป็นการหยุดยุคของเกมแนว MOBA ไปเลยก็ว่าได้

 

37) Pokemon Go (2016)

เราหลายคนได้ยินคำว่า AR หรือ Augmented Reality กันมาหลายปีดีดัก แต่ก็นึกไม่ออกจริงๆว่ามันจะมาอยู่ในชีวิตประจำวัน หรือมีผลกระทบกับชีวิตเรายังไง แต่นั่นก็จวบจนโลกได้รู้จัก Pokemon Go เกมแนว AR บนสมาร์ทโฟน ที่ทำให้เกิดกระแสทั้งดีและไม่ดีทั่วทุกมุมโลก หลายประเทศถือว่า Pokemon Go เป็นวาระแห่งชาติกันเลยทีเดียว แม้ปัจจุบันกระแสของ Pokemon Go จะไม่ได้รุนแรงสุดกำลังเหมือนครั้งมันออกมาแรกๆ แต่จำนวนผู้เล่นปัจจุบันก็ยังถือว่ามหาศาลอยู่ แถมยังมีบริษัทวิจัยตลาดได้ออกมาเผยตัวเลขด้วยว่า ในช่วงกลางปี 2018 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นช่วงครบรอบสองปีที่ Pokemon Go ออกสู่ตลาด ตัวเกมสามารถทำงานไปได้แล้วกว่า 1,800 ล้านเหรียญสหรัฐ ลำพังแค่ตลาดสหรัฐกับญี่ปุ่นรวมกันก็กวาดไปกว่า 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐแล้ว (แต่ตัวเลขล่าสุดจนถึงปัจจุบัน Pokemon Go ทำเงินไปแล้วกว่า 3,300 ล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว)

 

38) Red Dead Redemption (2010)

นี่ไม่ใช่เกมแรกในตระกูล Red Dead แต่มันคือเกมที่สร้างชื่อให้แฟรนไชส์นี้ และอย่าแปลกใจหากใครจะบอกว่ามันมีกลิ่นไอคล้าย GTA เหลือเกิน เพราะนี่คือเกมจากค่าย Rockstar Games แล้วมันยังเป็นเกมแนว action-adventure open word เหมือนกันอีกต่างหาก ทว่า Red Dead Redemption จะมีเนื้อเรื่องที่เข้มข้นกว่า มีฉากหลังเป็นยุคของคาวบอยดวลปืนช่วงปี 1911 โดยทีมพัฒนาใช้เวลาถึงกว่า 5 ปีในการพัฒนาเกมนี้ และจนถึงปัจจุบัน Red Dead Redemption ขายไปได้แล้วกว่า 15 ล้านชุด กวาดรางวัล Game of the Year เป็นว่าเล่น และล่าสุดก็เพิ่งมีภาคต่อ Red Dead Redemption 2 ออกมาเมื่อเดือนต.ค.ปี 2018 ที่ผ่านมา

 

39) Ragnarok Online (2002)

ยากจะปฏิเสธว่านี่คือตำนานที่ยังมีชีวิต นี่คือหนึ่งในเกมออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในอุตสาหกรรมเกม เกม MMORPG ที่ถูกสร้างโดยอิงเนื้อหามาจากการ์ตูนเรื่อง Ragnarok ที่เขียนโดย อี มย็อง-จิน นักเขียนการ์ตูนชาวเกาหลีใต้ ความแปลกใหม่ของ RO คือการที่เปิดให้ผู้เล่นเลือกสายอาชีพได้อย่างอิสระ สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้เล่นคนอื่นได้อย่างไม่มีข้อจำกัด ความสำเร็จอย่างล้นหลามของ RO คือการเปิดยุคเกมแนว MMORPG ให้แพร่หลายจนถึงปัจจุบัน

 

40) Super Smash Bros. Brawl (2008)

เกมแนว Fighting แบบรวมตัวละครมีให้เห็นหลากหลายและดาษดื่น แต่ถ้าจะถามหาเกม Fighting ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและโดดเด่น Super Mash Bros. Brawl ที่รวบรวมเอาเหล่าตัวละครดังของ Nintendo มาไว้ในเกมเดียวอาจเป็นเกมที่คุณตามหา เพราะรูปแบบการต่อสู้ที่เปลี่ยนไปตามฉากที่เลือกเล่น ระบบไอเทมระหว่างเกมที่พร้อมจะพลิกสถานการณ์ได้ตลอดเวลา แถมการเอาชนะคู่ต่อสู้ไม่ใช่การพยายามอัดจนกว่าหลอดพลังคู่ต่อสู้จะหมด แต่เป็นการอัดจนกว่าคู่ต่อสู้จะกระเด็นออกไปสังเวียน ถ้ายังนึกถึงความโกลาหลของเกมนี้ไม่ออก ลองนึกถึงเกม Fighting ที่มี มาริโอ้, ลิ้งค์ จาก Zelda, ริว จาก Street Fighter และ Donkey Kong ต้องต่อสู้ในสังเวียนเดียวกันดูแล้วกัน

 

41) Shadow of the Colossus (2005)

นี่คือเกม action-adventure ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสุดๆ เพราะระหว่างการเล่นเราจะไม่มีการติดต่อสื่อสารกับตัวละครอื่นๆภายในเกมเลย รวมถึงระหว่างการเดินทางยังไม่มีศัตรูยิบย่อยให้เราต่อสู้ด้วย จุดหมายของเกมนี้คือการเดินทางตามล่ายักษ์ทั้ง 16 ตน เพื่อช่วยเหลือตามคำขอของ Mono หญิงสาวต้องคำสาปที่ยอมสละชีวิตในพิธีบูชายัญ ซึ่งตลอดการเดินทางในเกม เพื่อนเพียงหนึ่งเดียวที่เรามีคือ Argo ม้าที่จะคอยติดตามเราไปทุกที่เท่านั้น โดยความท้าทายที่นอกเหนือจากการเอาชนะยักษ์ทั้ง 16 ตนแล้ว ก็คือการเสาะหาเส้นทางและวิธีการในการเดินทางไปหายักษ์เหล่านั้น และการต่อสู้ที่ส่วนใหญ่ต้องอาศัยการปีนป่ายไปบนยักษ์ทั้งหลายที่มีขนาดมหึมาสุดๆ

 

42) The Elder Scrolls V: Skyrim (2011)

อีกหนึ่งเกม Action-RPG ที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว เริ่มจากระบบการสร้างตัวละครที่ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องเลือกสายอาชีพตั้งแต่แรก แต่ผู้เล่นสามารถค่อยๆ พัฒนาตัวละครให้ไปในทิศทางไหนก็ได้ระหว่างเกม ตัวเกมเปิดกว้างให้ผู้เล่นสามารถสำรวจโลกภายในเกมได้อย่างอิสระ ขณะที่รูปแบบการต่อสู้และการใช้ทักษะก็มีความหลากหลาย เช่น ผู้เล่นสามารถร่ายเวทย์ใส่อาวุธที่ใช้อยู่เพื่อให้เกิดผลที่แตกต่างออกไปจากเดิมได้เป็นต้น

 

43) The Legend of Zelda: Breath of the Wild (2017)

ว่ากันว่านี่คือเกม Zelda ที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ Nintendo เคยทำมา ตัวเกมยังคงไว้ซึ่งรูปแบบการเล่นสไตล์ action-adventure open world ที่ผู้เล่นสามารถเดินทางไปภายในเกมได้อย่างอิสระ ความยอดเยี่ยมของ Breath of the Wild สามารถการันตีได้ด้วยสองรางวัลใหญ่อย่าง Game of the Year จากสองเวทีที่มีชื่อเสียงที่สุดในวงการเกม นั่นคือ The Game Awards ในปี 2017 และ Game Developers Conference ในปี 2018 โดย Breath of the Wild สามารถเอาชนะเกมฟอร์มยักษ์อย่าง Horizon Zero Dawn / PUBG / Nier: Automata และ Super Mario Odyssey ไปอย่างไร้ข้อกังขา

 

44) The Sims (2000)

คงไม่มีใครไม่รู้จักหรือไม่เคยได้ยินชื่อ The Sims มาก่อนแน่ๆ โดย The Sims ถือเป็นหนึ่งในเกมพีซีที่มียอดขายรวมทั้งแฟรนไชส์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยยอดขายรวมทุกภาคกว่า 100 ล้านชุด The Sims เป็นเกมจำลองชีวิต จำลองสภาพสังคม หน้าที่ของเราคือการควบคุมตัวละครชาวซิมส์ที่เราสร้างขึ้นมาให้มีความปกติสุขที่สุด โดยอีกหนึ่งความสนุกที่ทำให้หลายคนติด The Sims กันงอมแงมก็คือตัวเลือกการสร้างบ้านในตอนเริ่มเกมนั่นเอง

 

45) Tom Clancy’s The Division (2016)

Tom Clancy คือนักเขียนนิยายสงครามชื่อดังที่มีผลงานติดอันดับหนังสือขายดีถึง 17 เรื่อง มียอดจำหน่ายนิยามรวมกันทั่วโลกในทุกภาษากว่า 100 ล้านเล่ม ขณะที่ The Division คือเกมจำลองสงครามที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์จริงอย่าง Operation Dark Winter และ Directive 51 ที่เป็นการจำลองเหตุการณ์การโจมตีทางชีวภาพระดับสูงของกองทัพสหรัฐ โดยพล็อตเรื่องว่าด้วยเหตุการณ์ที่เมือง New York ถูกโจมตีและแพร่ระบาดด้วยอาวุธชีวภาพอย่าง Green Poison จนทางการสหรัฐต้องประกาศภาวะฉุกเฉินและปิดตายเกาะแมนฮันตัน ก่อนจะเรียกหน่วยกู้ภัยฉุกเฉิย Joint Task Force (JTF) เข้ามาเคลียร์ภาวะฉุกเฉินนี้ ตัวเกม The Division ประสบความสำเร็จตั้งแต่วันแรกที่วางจำหน่าย จนขึ้นแท่นเกมที่ขายดีสุดตลอดกาลของ Ubisoft ทำยอดขายทั่วโลกไปได้กว่า 330 ล้านเหรียญสหรัฐ

 

46) Tomb Raider (2013)

น้อยครั้งที่เกมรีบูตแฟรนไชส์จะประสบความสำเร็จเทียบเท่าหรือเหนือกว่าเกมต้นฉบับ แต่นั่นคือสิ่งที่ทีมพัฒนา Crystal Dynamics และ Square Enix สามารถทำได้ แถมยังเป็นการลบภาพจำเดิมๆของนักล่าสมบัติสาว Lara Croft ที่ต้องหน้าอกโต เอวกิ่ว เก่งเว่อไปจนหมดสิ้น เพราะการกลับมาครั้งนี้ Square Enix เลือกที่จะเล่าเรื่องราวของ Lara Croft ในช่วงวัยรุ่น ในช่วงเวลาที่เธอยังไม่ค่อยประสีประสาอะไร ในช่วงเวลาที่เธอยังแทบจะไม่มีทักษะการต่อสู้ใดๆติดตัว ซึ่งนั่นทำให้ผู้เล่นสามารถมีอารมณ์ไปกับการค่อยเติบโตของตัวละครอย่าง Lara Croft ได้เป็นอย่างดี

 

47) Uncharted: Drake’s Fortune (2007)

ถ้า Square Enix มี Lara Croft ถ้าฮอลลีวูดมี อินเดียน่า โจนส์ Sony Interactive Enterrtainment ก็มี Nathan Drake นักล่าสมบัติหนุ่มผู้เป็นทายาทโดยตรงของนักสำรวจชื่อดัง Sir Francis Drake และเช่นเดียวกับเกม action-adventure ล่าสมบัติอื่นๆ Uncharted เต็มไปด้วยปริศนาที่คอยให้ Nathan Drake ขบคิดแก้ปัญหา โดยจนถึงปัจจุบันเกมในซีรีย์ Uncharted ก็ทำยอดขายทั่วโลกรวมไปแล้วกว่า 42 ล้านชุด ถือเป็นหนึ่งในซีรีย์เกม exclusive สำหรับผู้ที่ครอบครองเครื่องเล่นเกม PlayStation ควรมีติดเครื่องไว้

 

48) Warcraft III (2002)

ว่ากันว่าไม่มีเกมแนว RTS ไหนจะประสบความสำเร็จไปมากกว่าแฟรนไชส์ Warcraft ของ Blizzard Ent. อีกแล้ว โดย Warcraft III ทำสถิติต่างๆไว้มากมายในช่วงเวลาที่มันออกขาย ไม่ว่าจะเป็นยอดขายหนึ่งล้านชุดภายในระยะเวลาแค่หนึ่งเดือนที่มันออกวางจำหน่าย ก็ถือเป็นสถิติใหม่ของวงการเกมพีซีในขณะนั้น โดยสามารถล้มสถิติเดิมที่เป็นของเกมร่วมค่ายอย่าง Diablo II ไปได้อย่างราบคาบ แถมตัวเกม Warcraft III ยังถือเป็นเชื้อไฟให้เกมดังในปัจจุบันมากมาย ไม่ว่าจะเป็น World of Warcraft / Dota 2 / Hearthstone รวมถึงแฟรนไชส์คู่แข่งอย่าง Total War: Warhammer อีกด้วย

 

49) Wii Sports (2006)

คงไม่เกินจริงนักถ้าจะบอกว่า Wii Sports นี่แหละคือหัวเรือใหญ่ที่ผลักดันให้เครื่องคอนโซลอย่าง Nintendo Wii แจ้งเกิดได้อย่างเต็มภาคภูมิ การันตีด้วยขายกว่า 82 ล้านชุดทั่วโลก ขึ้นแท่นเกมที่ขายดีที่สุดเท่าที่ Nintendo เคยทำมา แถมยังถือเป็นเกมที่มียอดขายสูงสุดตลอดกาลหากนับเฉพาะแพลตฟอร์มเครื่องเกมเครื่องใดเครื่องนึง ตัวเกม Wii Sports จะเป็นการจำลองการเล่นกีฬา 5 ประเภท ได้แก่ เทนนิส, เบสบอล, กอล์ฟ, ชกมวย และโบว์ลิ่ง ซึ่งในการเล่นนั้น ผู้เล่นต้องบังคับ Wii Remote ให้เป็นไปตามการเคลื่อนไหวของประเภทกีฬานั้นๆ แถมตัวเกมยังสามารถเล่นแข่งกันกับเพื่อนแบบ 2 ต่อ 2 ได้ด้วย และด้วยความสำเร็จของ Wii Sports นี่เองที่ทำให้ต่อมา เครื่องเกมอย่าง Xbox และ PlayStation ต่างก็เริ่มรองรับรูปแบบเกมที่อาศัย motion sensor ในการเล่นเข้ามา

 

50) World of Warcraft (2004)

แม้ Ragnarok Online จะถือเป็นตำนานและเป็นเกมที่จุดกระแสของเกมแนว MMORPG ให้เป็นที่นิยมในวงการเกม แต่ถ้าถามว่าเกม MMORPG เกมไหนที่ประสบความสำเร็จที่สุด ก็คงต้องยกให้เกม MMORPG ที่มีฉากหลังอยู่ในโลกแฟนตาซีของ Warcraft อย่าง World of Warcraft เกมนี้นี่แหละ โดยจากสถิติที่ Blizzard Ent. เคยเปิดเผยออกมา World of Warcraft มียอดผู้เล่นที่ลงทะเบียนเข้าเล่นเกินกว่า 100 ล้านบัญชี ตั้งแต่ปี 2014 และพอถึงปี 2017 World of Warcraft ก็ทำเงินให้กับ Blizzard Ent. ไปแล้วกว่า 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐ