ปี 2019 นี้วงการเพลงต่างประเทศเองก็ครึกครื้นไม่แพ้บ้านเราเลยค่ะ เรียกว่ามีทั้งนักร้องหน้าเก่าเจ้าประจำที่คัมแบ็กหลังจากห่างหายไปนานหลายปี และศิลปินดาวรุ่งดวงใหม่ทยอยปล่อยผลงานดีๆ มาให้เราเสพไม่ขาดสาย การันตีความปังขึ้นทั้ง Billboard Chart ทั้งกวาดรางวัลตามเวทีต่างๆ มากมาย จะมีเพลงเพราะๆ จากศิลปินคนโปรดของใครติดเข้ามาบ้างไปดูกัน

Circles – Post Malone


เป็นวงที่คัมแบ็กเมื่อไหร่ก็ได้กระแสตอบรับดีเสมอ อย่างล่าสุดกับ Circles ผลงานเพลงจากอัลบั้ม Hollywood’s bleeding อัลบั้มที่ 3 ของ Post Malone วงดนตรี Pop-Rock ที่พูดถึงวงจรความรักแบบ Toxic Relationship ทะเลาะกัน แต่ไม่เลิกกันสักที แล้วก็กลับมาคืนดีกันใหม่ ทนกับเรื่องเดิมๆ ต่อไปเรื่อยๆ วนลูปมูฟออนเป็นวงกลมซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น เช่นฉาก MV ที่อัศวินเห็นตัวเองตายหลังจากหลงเข้าไปในแอ่งน้ำที่เขาเห็นเจ้าหญิงหายไป ก่อนจะฟื้นขึ้นมาอีกครั้งและเดินทางไปหาเจ้าหญิงเหมือนเดิม ทั้งที่รู้ว่าจะจบลงแบบเดิมก็ยอม เหมือนท่อน we’re running in the circle นั่นเอง

Mean it – Lauv & Lany


ตอกย้ำความฮอตด้วยการจับหนุ่มหล่อ Lauv & Lany เจ้าของเพลง Paris in the rain และ ILYSB มาฟีตเจอริงร่วมงานด้วยกันครั้งแรกตามคำเรียกร้อง โดยปล่อย Mean It ออกมาเป็นน้ำจิ้มก่อนอัลบั้มเปิดตัวเต็มของ Lauv ในเดือนมีนาคมปีหน้า Mean It มีเนื้อหาเกี่ยวกับการแอบรักข้างเดียว เพราะคนที่เราชอบกำลังสับสนเนื่องจากดันมีใครอีกคนในใจ เราเลยเป็นได้ที่พึ่งพายามเธอเหงา เรียกได้ว่าเพลงนี้ออกแนวตัดพ้อสุดๆ ประมาณว่าถ้าเธอไม่คิดจริงจังก็อย่ามาทําให้รักได้มั้ย เพราะฉันรู้สึกเหมือนถูกปั่นหัวให้มีความหวังนั่นเอง

Señorita – Shawn Mendes x Camila Cabello


เปลี่ยนเดือนมิถุนายนปีนี้ให้ร้อนแรงดั่งทะเลเพลิง ต้องยกตำแหน่งให้สาว Camila Cabello และหนุ่ม Shawn Mendes เจ้าของเพลง Señorita เพลงสไตล์ป๊อปละตินแสนเย้ายวนชวนปล่อยฟีโรโมน ที่ต้องยอมรับว่างานนี้เคมีความบดๆ ยั่วๆ ของทั้งคู่เข้ากันดี๊ดีจนทำเอาหลายคนอิจฉาในความฟินไปตามๆ กัน สำหรับคำว่า Señorita ภาษาละตินนั้นแปลว่า ‘คุณผู้หญิง’ บวกกับเนื้อเพลงแต่ละท่อนก็ยังเซ็กซี่ชวนคิดไปถึงไหนต่อไหน แถม MV ที่ถูกปล่อยออกมาแค่ 6 วันก็คว้า 100 ล้านวิวได้ในแทบจะทันที กวาดชาร์ตเพลงทั่วโลกจนคว้ารางวัล Collaboration of the Year ในงาน American Music Awards มาครอบครองได้สำเร็จ

Memories – Maroon 5


หลายคนเคยบอกไว้ว่าแอลกอฮอล์ทำให้เราสูญเสียความทรงจำไปชั่วขณะ แต่บางครั้งมันก็เป็นตัวดึงเอาความจำที่ถูกปิดตายในลิ้นชักออกมาด้วยเช่นกัน ไม่ต่างอะไรกับท่อน ‘Cause the drinks bring back all the memories จากเพลง Memories ของหนุ่มๆ วง Maroon 5 ที่ออกมาให้แฟนคลับได้หายคิดถึงกันอีกครั้ง พร้อมดนตรีเนิบนุ่ม ฟังสบาย แต่เนื้อหาเต็มไปด้วยความเหงาฟุ้งไปด้วยความทรงจำเก่าๆ เหลือทิ้งไว้เพียงอดีตที่ไม่เคยหวนมา ซ่อนเธอไว้ในใจ ไม่ต่างอะไรกับซ่อนกลิ่นของบ้านเรา โดยเพลงนี้สมาชิกทุกคนในวงตั้งใจอุทิศเพลงนี้ให้กับ Jordan Feldstein อดีตผู้จัดการของวงที่เสียชีวิตลงเมื่อเดือนธันวาคมปี 2017 ในวัย 40 ปี เพื่อให้เราได้ระลึกถึงคนที่เรารัก และแบ่งปันความทรงจำที่เราเคยทำหล่นหายไป

Talk – Khalid


MV สีสันคัลเลอร์ฟูลสะดุดตาจากเจ้าพ่อ R&B ยุคใหม่ Khalid กับ Talk ซิงเกิลเบาๆ จังหวะ Mid Tempo ที่เขาเขียนขึ้นมาเอง ร่วมกับ Disclosure คู่หูอิเล็กทรอนิกส์ดูโอเจ้าของรางวัลแกรมมีซึ่งรับหน้าที่ร่วมแต่งเนื้อเพลงและตำแหน่งโปรดิวเซอร์ ซึ่งความหมายของเนื้อเพลงก็ตรงตัวง่ายๆ เหมือนชื่อ Talk ที่พูดถึงการพูดคุยปรับความเข้าใจ อยากให้เธอลองหันหน้ามาคุยกันก่อน แล้วค่อยหาทางออกที่ดีที่สุดเพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องเลิกกัน แน่นอนว่าไม่ผิดคาดใดๆ เพราะเมื่อปล่อยเพลงนี้ออกมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ Talk ก็กลายเป็นเพลงฮิตติดอันดับ 1 ใน 5 ของ 10 อันดับเพลงจาก Khalid และพุ่งไปถึงอันดับที่ 3 ในชาร์ต Billboard

Bad Guy – Billie Eilish


มาแรงแซงทุกโค้งสำหรับ Billie Eilish สาวน้อยสุดติสต์ดาวรุ่งพุ่งแรงวัย 17 ที่เดบิวต์อย่างเป็นทางการด้วยอัลบั้ม WHEN WE ALL FALL ASLEEP, WHERE DO WE GO? พร้อมส่ง MV สุดกวนโอ๊ยสวนทางกับเนื้อหาสุดแซบ ที่ผสมผสานแนวเพลงแบบป๊อปและความแปลกประหลาดของซาวด์ดนตรี ความอิเล็กทรอนิกส์ และบีตส์นัวๆ ชวนโยกเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ Bad Guy มียอดสตรีมมิงเปิดตัววันแรกใน Spotify ทะลุ 7 ล้านครั้งทั่วโลก สร้างสถิติเป็นเพลงของนักร้องหญิงที่มียอดเปิดตัวสูงที่สุดเป็นอันดับ 4 เรียกว่าปังไม่แพ้บรรดานักร้องรุ่นพี่อย่าง Ariana Grande และ Taylor Swift จนสามารถคว้ารางวัล Woman of the Year ของ Billboard ในฐานะศิลปินหญิงอายุน้อยที่สุดที่เคยมีมา

Highest in the room – Travis Scott


หลังจากปล่อยให้แฟนคลับเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อว่าจะปล่อยเพลงใหม่เมื่อไหร่ ในที่สุดแรปเปอร์ขวัญใจวัยรุ่น Travis Scott ก็ได้ฤกษ์ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ Highest in the Room ฉบับเต็มให้ได้ฟังกันสักที หลังจากที่ถูกตัดบางท่อนบางตอนไปใช้ประกอบโฆษณาเครื่องสำอางของ Kylie Jenner อดีตแฟนสาวตั้งแต่ต้นปี 2019 ที่ผ่านมา เนื้อหาเพลงส่วนใหญ่ออกแนวมัวเมาเพราะเสียใจที่ถูกลดความสัมพันธ์ โดยหลายๆ คนเดาว่าน่าจะหมายถึงแม่สาว Kylie Jenner เองนั่นแหละไม่ใช่ใครที่ไหนไกล  ซึ่งกระแสตอบรับของเพลงนี้ก็ออกมาดีมากตามคาดเช่นเคย สมกับที่เป็นหนึ่งในศิลปินฮิปฮอปที่มีอิทธิพลมากที่สุดของโลกในเวลานี้

Sucker – Jonas Brothers


หลังจากห่างหายจากการรวมตัวไปนานถึง 6 ปี 3 พี่น้อง Nick, Joe และ Kelvin แห่ง Jonas Brothers ก็ได้เวลาคัมแบ็กให้แฟนๆ หายคิดถึงไปกับเพลงใหม่ล่าสุด Sucker แนวเพลง Upbeat Pop จังหวะสนุกสนาน เนื้อหาพูดถึงคนที่ยอมเชื่อฟังเธอทุกอย่างเพราะรัก ยอมเป็นคนห่วยแตกหมดมาดเท่ๆ ในทุกด้านได้เพื่อเธอ งานนี้ยังได้ความพิเศษจากหวานใจตัวจริงของทั้งสามหนุ่มมาร่วมเล่น MV อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่งหลังจากที่ผลงานเพลงล่าสุดนี้ถูกปล่อยออกมา แฟนๆ ทั่วโลกก็ให้การต้อนรับอย่างดีจนมียอดวิวยูทูบพุ่งสูงถึง 50 ล้านวิวตั้งแต่ 5 วันแรก

Lover – Taylor Swift


ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ยินเพลงแนวอะคูสติกจากสาวป๊อป Taylor Swift มาเนิ่นนาน แต่ล่าสุดกับอัลบั้มชุดที่ 7 ซึ่งใช้ชื่อเพลง Lover เช่นเดียวกันก็ได้นำกลิ่นอายดนตรีคันทรีนุ่มๆ เอกลักษณ์เฉพาะตัวของเธอกลับมาทำเพลงโรแมนติกชวนฝันอีกครั้ง ด้วยจังหวะดนตรีบัลลาดแช่มช้าและเนื้อเพลงหอมหวานอบอวลไปด้วยความรัก คลับคล้ายคลับคลาอัลบั้ม Fearless สมัยเก่าที่เหล่า Swifties คุ้นเคย ให้ความรู้สึกเหมือนดูภาพยนตร์รักอบอุ่นหวานซึ้งดีๆ สักเรื่อง แม้วันนี้ Taylor จะก้าวข้ามจากสาวน้อยบ้านๆ มาเป็นสาวนักรักตัวฉกาจ แต่เธอก็ยังคงไม่ทิ้งตัวตนความเป็นสาวช่างฝันที่แอบซ่อนมุมมองความรักไว้ในบทเพลงแต่ละช่วงวัยของตัวเองได้เป็นอย่างดี

Lose you to love me – Selena Gomez


ถ้าวงการเพลงไทยมีเจ็บจนพอของแว่นใหญ่ที่พูดถึงเพลงที่ทำให้คนอกหักหันกลับมารักตัวเอง ทางฝั่งตะวันตกเองเขาก็มี Lose you to love me จาก Selena Gomez ส่งเข้าประกวดเช่นกัน โดยเนื้อหาหลักๆ ของเพลงเอ่ยถึงการยอมตัดใจปล่อยมือจากความรักที่เจ็บปวดเพราะสุดท้ายแล้วฉันก็รู้ว่าคนที่ควรรักมากที่สุดก็คือตัวฉันเอง ซึ่งความพิเศษครั้งนี้ นอกจาก Selena จะกลับมาพร้อมกับความเข้มแข็งมากขึ้นหลังจากผ่านเหตุการณ์เลิกรากับอดีตแฟนหนุ่ม Justin Bieber แล้ว ยังอยู่ที่ MV สีขาวดำสุดเท่ที่ถ่ายทำด้วย iPhone 11 pro ทั้งหมดอีกด้วย