เทศกาลกินเจได้เริ่มขึ้นแล้วตั้งแต่วันที่ 9 – 17 ตุลาคม 2561  เราจะเห็นธงสีเหลืองอร่ามสัญลักษณ์ของเทศกาลเจปักอยู่ทั่วไปหมด ทั้งตลาด ร้านค้า ยันร้านสะดวกซื้อ เพื่อความ intrend เข้ากับช่วงกินเจ สำหรับดิฉันสาวหมวยเต็มขั้นและเหล่าคนไทยเชื้อสายจีน มีหรือจะพลาดเทศกาลสนุกสนานและได้บุญเช่นนี้ ก่อนอื่นหลายท่านอาจจะมีคำถามเกี่ยวกับเทศกาลกินเจอยู่เต็มไปหมด ดิฉันจะค่อยๆ ตอบไปทีละอย่าง ดิฉันมั่นใจว่าทุกท่านคงทราบอย่างแน่นอนว่า การกินเจ = การไม่กินทุกอย่างที่มาจากสัตว์ นั่นอ่ะ ถูกต้อง! แต่มันไม่ได้มีแค่นั้นนะคะ

ไม่ใช่แค่ไม่กินเนื้อสัตว์ แต่มีพืชผัก 5 ชนิดที่ต้องห้ามในเทศกาลกินเจ

 

5 พืชผักนั้น ได้แก่ กระเทียม, หัวหอม, ต้นหอม, หลักเกียว และกุ้ยช่าย เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะผักเหล่านี้มีกลิ่นเร้าอารมณ์ ยั่วยวนให้เราอยากกิน แต่เทศกาลเจมีเพื่อให้เราลดกิเลส ลดความต้องการลง เพราะฉะนั้นอะไรที่ส่งกลิ่นล่อลวงละก็ ห้ามเด็ดขาด แม้ว่าจะเป็นผักก็ตาม

หลายคนคงสงสัยว่า อ้าว! ห้ามกินเนื้อสัตว์แล้วทำไมถึงกินหอยนางรมได้ล่ะ

 

เรื่องมันมีอยู่ว่า จากตำนานของพระถังซัมจั๋ง หลังจากได้รับพระไตรปิฎกแล้ว ระหว่างทางกลับ เรือเกิดแตก ทุกคนลอยอยู่บนเศษไม้ในทะเลโดยไม่มีอาหารเหลืออยู่เลย หงอคงจึงสรรหาสัตว์ทะเลทั้งหลายถวาย แต่พระถังซัมจั๋งนั้นฉันเจจึงฉันไม่ได้ เพื่อความอยู่รอด พระถังซัมจั๋งจึงอธิษฐานโดยเอาไม้เท้าจุ่มลงทะเลและอธิษฐานว่า อะไรที่ติดไม้เท้าขึ้นมาถือเป็นของเจ และบังเอิ๊ญ ‘หอยนางรม’ ก็ติดมาพอดี นั่นแหละค่ะเป็นเหตุผลว่าทำไมหอยนางรมถึงเจ แม้ว่าจะมีคนบอกว่าตำนานนี้เชื่อถือไม่ได้ แต่ดิฉันว่าแล้วแต่ศรัทธาค่ะ

 

ไม่ใช่แค่ทานเจ แต่ต้องถือศีลด้วยนะคะ

 

You have to stay virgin นะคะ! งดการร่วมประเวณีในทุกกรณี แม้แต่ masturbation ด้วยตัวเองก็ห้ามนะคะ เราต้องหักห้ามความรู้สึก ดับไฟราคะด้วยหัวใจบุญ แม้แต่คู่สามีภรรยาก็ห้าม ต้องแยกห้องนอนกันไปเลยค่ะ หรือถ้ามีความจำเป็น ดิฉันขอแนะนำให้ซักผ้าปูที่นอนจะได้เจให้ถึงที่สุด และถ้าคุณเป็นคนนิยมสังสรรค์แล้วละก็ ต้องเตรียมใจสักนิดที่จะงดมัน เพราะว่าห้ามทั้งสูบบุหรี่และดื่มสุราเลยนะคะ

 

กินเจ กินที่ไหน

 

แต่ถ้าคุณตั้งใจที่จะรับประทานเจแล้วละก็ ดิฉันก็มีอะไรเด็ดๆ มาแนะนำ อยากให้คุณลืมภาพจับฉ่ายเซ็งๆ และโปรตีนเกษตรไปได้เลย เพราะเราจะมุ่งสู่โรงเจ แหล่งรวมอาหารเจที่ครบครันและอร่อยที่สุด

โดยปกติแล้วโรงเจมักจะอยู่ติดกับศาลเจ้า search หาศาลเจ้าจีนที่ไหนก็จะมีโรงเจเสมอ ที่สำคัญเข้าไปทานเจฟรีได้หมดเลย แต่มีข้อแม้เพียงหนึ่งเดียว คือ ต้องนุ่งชุดขาวเข้าไปเท่านั้น ไม่ยากเลย ขอเพียงแค่เสื้อผ้าสีขาวเท่านั้น จัดได้เลยค่ะ แฟชั่นจัดเต็มตั้งแต่ชุดลูกไม้กรุยกราย เสื้อฮาวาย หรืออยากเท่สักนิดก็กางเกงยีนส์ขาวกับเสื้อเชิ้ตสักตัว ก็เท่ๆสไตล์อาตี๋ได้อยู่

 

 

ส่วนใหญ่อาหารในโรงเจจะเป็นแบบ original แท้ๆ เน้นผัก เต้าหู้ ฟองเต้าหู้และสาหร่าย ไม่มีหรอกค่ะ หมูปลอม ไก่ปลอม ปลาปลอม ได้บรรยากาศเจดั้งเดิมไปอีกแบบ

ส่วนรอบๆ โรงเจละก็ตัวเด็ดเลย ร้านอาหารเจมากมายเรียงรายรอบโรงเจ แม้ว่าจะต้องเสียตังค์ซื้อหามาทาน แต่ร้านอาหารเหล่านี้แหละค่ะคุณ ศูนย์รวมของความครีเอทีฟของอาหารเจยุคใหม่ ที่จะคอยคิดค้นการทำเนื้อสัตว์เทียมให้เสมือนทั้งหน้าตา รูปร่างและรสชาติอร่อยไม่แพ้ของจริง

 

 

อย่างล่าสุดดิฉันเห็นแล้วต้องร้องว้าว! รีบซื้อกลับมาตุนเป็นการใหญ๋ คุณคะ มันมี ‘หมูสามชั้น’ เจค่ะ มีเลเยอร์หนัง มีมัน และเนื้อหมู เหมือนหมูสามชั้นจนดิฉันตกใจ ยังไม่พอ..ยังมีที่เด็ดดวงยิ่งกว่านั้น คือ ‘หมูหันเจ’ ย่างกันสดๆ คล้ายหมูเป็นตัวๆ เลย คุณพระ! ด้วยเกียรติของลูกหลานชาวจีนขอคอนเฟิร์มว่า รสชาติเหมือนจริงมากกก กินไปขนลุกไป อร่อยยิ่งกว่าหมูหันของจริงเสียอีกค่ะคุณ

 

 

วันนี้ดิฉันขอแนะนำแหล่งอาหารเจและโรงเจเด็ดๆ ที่ฮอตฮิตมากในหมู่คนไทยเชื้อสายจีนมานานกว่า 80 ปีกันดีกว่า ถือว่าเป็น Unseen Bangkok จริงจัง  รับรองได้ว่าถ้าใครไปตำแล้วไม่อร่อย แนะนำให้ลองร้านต่อไปค่ะ คาดว่าคงต้องมีสักแหล่งที่ถูกปาก/เอามือป้องปากหัวเราะ

ปล. ย่านอาหารเจไม่ได้มีแค่ที่เยาวราชนะคะ

 

1. เจริญกรุง โรงเจ วัดเล่งเน่ยยี่

ในวัดเลยนะคะ ช่วงเจจะเปลี่ยนเป็นดงร้านอาหารเจ หัวหอกคือ ไหล่ฝัน (เป็นเส้นเหมือนขนมจีน) และก๋วยจั๊บเจสูตรดั้งเดิม ขายมา 50 ปีแล้ว นอกนั้นยังมี จี๊หม่าหู่ (น้ำงาดำ) และห่งเต๋าจ๊ก (น้ำถั่วแดง) อร่อยมากเลยค่ะ และถ้าคุณสั่งด้วยภาษาจีนข้างต้น อาม่าคนขายจะยิ้มดีใจ และมักจะได้เยอะกว่าเดิมด้วย ท่องไว้เลยค่ะ

 

2. พาหุรัด

อย่าคิดว่ามีแต่ผ้าขาย อาหารเจก็มีขายค่ะ ถือว่าเอกอุมาก เสิร์ชเอาค่ะ ร้านเจสะพานหัน, ก๋วยเตี๋ยวหลอดเจ๊จู โดยมีโรงเจแหล่งใหญ่ เป็นศาลเจ้า ชื่อ ทิพยวารีวิหาร อายุเก่าแก่หลายร้อยปี

 

3. ตลาดน้อย ตั้งแต่ ซอยวาณิช 2 เป็นต้นไป

มีโรงเจของศาลเจ้าโจวซือกงเป็น Landmark ใหญ่ และมีร้านอาหารเจเรียงรายเป็นตับ สิ่งที่ไปกินเจแล้วอย่าพลาดเด็ดขาด คือ กาน่าฉ่ายและต้มเจแบบดั้งเดิมที่เป็นเต้าหู้และฟองเต้าหู้

 

4. ตลาดพลู ตรงโรงเจ เซี่ยงเข่งตั๊ว

นั่นก็ดงเจเหมือนกัน ย่านตลาดพลูที่ช่วงไม่เจจะมีอาหารขายมากมาย อย่างข้าวหมูกรอบ ข้าวหมูแดง ก๋วยจั๊บ ฯลฯ ช่วงเจก็จะขายเหมือนกัน เมนูก็เหมือนเดิม แต่เป็นข้าวหมูกรอบเจ ข้าวหมูแดงเจ ขาหมูเจ ซึ่งอร่อยไม่แพ้หมูจริง

 

5. หัวลำโพง

มีดีที่ของทอดเจ ปากซอยจะเต็มไปด้วยเผือกทอด หัวไชเท้าทอด เต้าหู้ทอด ทอดยาวไปตลอดซอย เดินเข้าไปเรื่อยๆ จะเจอ โรงเจ ของเทพธิดาทั้งเจ็ด ‘ฉิกเซี้ยม่า’ ท่านดังเรื่องช่วยคน ใครโดนนินทามาก, ศัตรูเยอะ, อุปสรรคขัดขวางเยอะเหลือเกิน ให้มาไหว้ ถือว่าศักดิ์สิทธิ์มากนะคะ

 

6. พลับพลาไชย มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง ศาลเจ้าไต่ฮงกง

นอกจากมีโรงเจและอาหารเจมากมายแล้ว เขายังแจกสาคูหวานฟรีด้วย ได้กินแล้วจะถือว่าเป็นสิริมงคล และใกล้ๆ กัน เดินไม่เกิน 100 ก้าว จะเป็นสถานีตำรวจพลับพลาไชย ชั้นดาดฟ้าเป็นศาลเจ้าสำหรับผู้ที่ชอบเสี่ยงโชคและธุรกิจสีเทา ใช่ค่ะ ศาลนี้ตั้งอยู่บนสถานีตำรวจ เพราะสมัยก่อน ย่านนี้เป็นย่านบ่อนและซ่องค่ะ ถ้าแวะไปสามารถขึ้นไปไหว้ได้ตามสะดวก

 

7. ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

บรรยากาศชิลและโรแมนติกมาก เพียงเดินเลยออกมาจากสำเพ็งที่วุ่นวาย จะเจอ โรงเจบ่วงกิมฮกสิ่วตั่ว เป็นศาลเจ้าเจที่มีมานาน และที่สำคัญเขากินเจตลอดปี และมีแจกอาหารเจตลอดด้วยค่ะ

 

สำหรับดิฉัน คำว่า “เทศกาล” หมายถึง การที่ทุกคนอยากมีส่วนร่วมกับเหตุการณ์เดียวกัน  เทศกาลกิน “ใจ” คนทั่วโลก ให้แต่งตัวในชุดขาว กินอาหารที่ปราศจากเนื้อสัตว์ และร่วมกันรักษาศีล ซึ่งมันเป็นบรรยากาศพิเศษค่ะ เฉพาะช่วงเทศกาลเจเท่านั้นที่จะเกิดขึ้นได้

เพราะฉะนั้น เชื่อดิฉันเหอะ ไม่ว่าคุณจะกินเจหรือไม่ นับถือศาสนาไหน หรือเป็นคนชาติอะไรก็ตาม ลองไปตามโรงเจทั่วไทย คุณจะได้รับพลังงานที่ดี ความสนุกและสงบสุขใจ กลับบ้านไปในคราวเดียวกัน จริงๆนะ