ไม่ต้องเปิดตารางเสื้อสีมงคลก็รู้ว่ากาลิกิณีแน่ๆ ถ้าวันนั้นใส่เสื้อสีขาว หรือไม่จริงคะ ก็เวลาที่หยิบเสื้อสีขาวมาใส่ทีไรเป็นต้องมีเหตุการณ์ให้เรารำคาญ หรือเหตุการณ์ที่ร้อยวันพันปีไม่เคยเกิดขึ้นกับตัว ก็ดันเกิดขึ้นซะได้ แถมเป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าพิศมัยเท่าไหร่ด้วย เนี่ยกาลกิณีชัดๆ แล้วเพื่อนๆ เวลาใส่เสื้อสีขาวเคยประสบพบเจอกับเรื่องอะไรบ้างคะ เป็นเหมือนกันกับเหตุการณ์ด้านล่างนี้บ้างหรือเปล่า

 

วันนั้นต้องได้กินอาหารสารพัดเส้น

เป็นกันไหมคะ วันไหนที่ใส่เสื้อสีขาวเป็นต้องได้ไปนั่งกินอาหารเส้นๆ เสมอ ไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวหรือขนมจีน แล้วเจ้าอาหารประเภทนี้ ตัวดีนักเชียวกินที่ไร เส้นมักจะตวัดเอาน้ำซุป น้ำแกงขึ้นมาสาดกระเซ็นลงบนเสื้อเราทุกที วันไหนที่ใส่เสื้อสีเข้มๆ นะ ไม่เคยหรอกที่จะเลอะ แต่พอใส่เสื้อสีขาวเท่านั้นแหละ รู้เรื่อง ทำเอาอยากจะขอหลอดมาดูดน้ำก๋วยเตี๋ยว น้ำแกงให้หมดไปซะให้รู้แล้วรู้รอด จะได้ไม่เลอะเสื้อของเราให้ต้องกังวลใจ ว่าต้องทำยังไงให้รอยเปื้อนนั้นหายไป

 

เสื้อเรียกฝน วาบหวิว เซ็กซี่ แบบไม่ได้ตั้งใจ

เสื้อขาวนี่มันเสื้อเรียกฝนแบบไม่ต้องพึ่งพาการแห่นางแมวหรือเปล่านะ ใส่ทีไรฝนต้องตกทุกที เรียกฝนได้ดีพอๆ กับกางเกงขาวและรองเท้าขาวเลย สงสัยสีขาวจะเป็นสีแห่งการเรียกฝนซะแล้วล่ะมั้ง ฝนตกเราไม่ว่า แต่สิ่งที่ต้องเจอตอนวิ่งหนีฝนนี่สิที่ทำเอาเราลำบาก เพราะเสื้อสีขาวที่เคยปกปิดร่างกายเรา ดันเปียกจนเห็นได้แบบทะลุปรุโปร่ง แถมยังแนบเนื้อ ชวนวาบหวิวซะไม่มี เซ็กซี่แบบจำใจกันไปเลย

 

ร้อยวันพันปีไม่เคยโชคดี มาวันนี้ขี้นกตกใส่ซะงั้น

โอกาสที่คนเราจะเดินๆ อยู่แล้วขี้นกตกใส่ ในแต่ละวันน้อยมากๆ เลยนะคะ ไม่เชื่อลองถามตัวเองดูว่าเคยขี้นกตกใส่กี่ครั้ง แล้วโดนขี้นกตกใส่วันไหนไม่โดน โดนวันที่หยิบเเสื้อขาวมาใส่ เหมือนเป็นที่รู้กันของเจ้าพวกนกเลยว่า เสื้อขาวเนี่ยแหละเป้าหมายชั้นดี เดินๆ อยู่ แผละ! มาทั้งเสียง ทั้งกลิ่น หันไปมองตรงไหล่ ชัดเลย แต่ว่าไม่ได้นะคะ เขาว่ากันว่าเหตุการณ์ขี้นกตกใส่เนี่ย โชคดีนะเออ ยังไงเดินเจอแผงล็อตเตอรี่ก็จัดไปสักใบสองใบนะคะ ไม่แน่ว่านี่อาจจะเป็นความโชคดีที่แฝงอยู่ในความโชคร้ายก็ได้ ใครจะไปรู้

 

เสื้อเราไม่ได้ขาวอย่างที่คิด

ตอนเดินออกจากบ้านก็ว่าเสื้อเราขาวอยู่นะ แต่พอถึงที่ทำงานหรือออกไปข้างนอกแล้วเจอคนที่ใส่เสื้อขาวเหมือนเรามายืนข้างๆ เท่านั้นแหละ แทบจะอยากถอดเสื้อทิ้ง ไหงเสื้อเราหมองเหมือนราหูอมขนาดนี้ ไม่พอเหลืองอีกต่างหาก แอบเขินๆ อยู่เหมือนกันนะ กลัวว่าคนอื่นจะคิดว่าเราซักผ้าไม่สะอาดรึเปล่าสุดท้ายต้องมานั่งสรรหาวิธีซักผ้าหมองหรือเหลืองให้กลับมาขาวสดใสเหมือนเดิมไปอีก

 

รอยปากกาลากยาวเป็นทาง

ในชีวิตประจำวันก็ใช้ปากกาอยู่แล้วเป็นปกติ แต่วันนี้วันที่ใส่เสื้อสีขาวมา มือมันจะต้องอ่อนแรง จับปากกาไม่ไหวจนปากกาตกหรือหล่นไปขีดกับเสื้อจนเป็นรอยทุกที แล้วมันจะหงุดหงิด งุ่นง่านทั้งวัน เพราะเจ้ารอยปากกาเนี่ยแหละ เห็นกี่ทีก็ปรี๊ด ไม่น่าเลย แถมทำสารพัดวิธีก็ลบไม่ค่อยออกอีกด้วยนะเจ้ารอยปากกาเนี่ย เป็นต้องจำใจทิ้งเสื้อตัวนั้นไปโดยปริยาย เนี่ยๆ เสื้อสีขาว เสื้อเรียกโชคร้ายชัดๆ

 

จิตรกรแบบไม่รู้ตัว สร้างสรรค์ลวดลายเสื้อใหม่

วันไหนใส่เสื้อขาว ได้สวมจิตวิญญาณจิตรกรแบบไม่ได้ตั้งใจทุกที จะมีการละเลงลวดลายใหม่ๆ เพิ่มลงไปบนเสื้อแบบไม่คาดฝันมาก่อน เพราะมันจะต้องมีเหตุการณ์ที่เราเผลอไปพิงกำแพงหรือพนักเก้าอี้ที่ทาสีใหม่ นั่นไง หายนะมาเยือน บ่อเกิดมิติใหม่แห่งการวาดภาพลงบนหลังแบบไม่ต้องใช้พู่กันก็มา ทำอะไรไม่ได้นอกจากทำใจเพราะเราเด๋อเอง แต่ปกติกำแพงตรงนี้ก็พิงทุกวันนะไม่เห็นจะไปอะไร เกิดจะมาเป็นก็ไอตอนที่ใส่เสื้อสีขาวเนี่ยแหละ ฮือ

 

รอยลิปสติกนี้ คุณได้แต่ใดมา

สำหรับสาวๆ การที่เสื้อขาวเลอะรอยลิปสติก รอยเครื่องสำอาง อาจจะดูไม่แปลกเท่าไหร่ ออกจะปกติ เพราะในบางครั้งมันก็มีเผลอเอาหน้าไปเช็ดแขนเสื้อบ้าง หรือแบบแต่งหน้าเสร็จแล้ว แต่ตอนใส่เสื้อดันพลาด ปากไปโดนเสื้อ ต่างๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยๆ แต่สำหรับหนุ่มๆ การที่เสื้อขาวเลอะรอยลิปสติกเนี่ย มันต้องมีเหตุนะคะ ไปทำอะไรมาเอ่ย เอาเป็นว่าถ้ารู้ตัว ตอนกลับถึงบ้านก็คิดหาเหตุผล และข้ออ้างกันดีๆ นะคะ ไม่งั้นมีบ้านแตกแน่นอน