ดูเหมือนว่าคนรุ่นใหม่จะใช้เวลาเกือบ 24 ชั่วโมงไปกับสมาร์ทโฟน และหน้าจอคอมพิวเตอร์จนทำให้บางคนเริ่มมีปัญหาด้านสายตา ต้องเริ่มใส่แว่นกันตั้งแต่เด็ก บวกกับผู้ใหญ่หลายคนเองที่สมัยเด็กก็คงเคยมีความเชื่อแบบผิดๆ ว่าคนใส่แว่นน่ะทั้งเท่ ฉลาด ดูเป็นผู้ใหญ่เอามากๆ ไหนจะตัวกรอบแว่นที่มีดีไซน์ให้เลือกอย่างหลากหลายจนทำเอาอดใจไม่ไหวต้องแอบไปขโมยแว่นของคุณพ่อคุณแม่มาลองใส่เล่นอยู่บ่อยๆ ซึ่งเราเชื่อว่าหากย้อนเวลากลับไปได้ พวกเขาก็คงอยากจะบอกตัวเองในตอนนั้นว่าคิดผิดถนัดเลยค่ะ เพราะการเป็นมนุษย์แว่นที่แท้จริงแล้วน่ะมันไม่ได้เท่อย่างที่คิด แถมยังเต็มไปด้วยอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตอีกมากมายหลายอย่างที่คงมีแค่มนุษย์แว่นเหมือนกันเท่านั้นถึงจะเข้าใจ แล้วเพื่อนๆ ล่ะคะ เคยเจอปัญหาเกี่ยวกับแว่นข้อไหนบ่อยที่สุด?

ส่วนตอนนี้สำหรับใครที่ยังสายตาปกติอยู่ ReadAlert ก็อยากแนะนำว่าอย่าลืมถนอมดวงตาตัวเองเอาไว้ให้ดีค่ะ เพราะหากยังใช้สายตาหนักติดกันทุกวันเป็นประจำ ไม่แน่ว่าสักวันคุณอาจจะกลายมาเป็นมนุษย์แว่นโดยไม่รู้ตัว…

 

สายตาก็สั้น แถมดันไม่มีดั้งให้เกี่ยว

สายตาสั้นจนต้องใส่แว่นก็ว่าเป็นปัญหาใหญ่แล้วใช่มั้ยคะ แต่จะเป็นปัญหาใหญ่กว่านั้นมากสำหรับมนุษย์แว่นบางคนที่ดันไม่มีดั้งให้เกี่ยว หรือแม้แต่เวลาร้อนๆ แล้วเหงื่อออกก็เช่นกันค่ะ เรียกว่าใส่แว่นทีไรเป็นต้องลื่นไหลลงมากองทีปลายคางตลอด จนต้องคอยดันแว่นเจ้าปัญหาให้กลับไปอยู่ที่เดิมอยู่เป็นประจำทุกครั้งไป แรกๆ ก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แต่บ่อยเข้าก็ชักหงุดหงิดใจกับเขาเหมือนกันนะ ไปเสริมดั้งซะดีมั้ยเนี่ย!

 

ถอดแว่นแล้วโลกมัว ไม่ได้หยิ่งนะแค่สายตาสั้น

ถ้าเพลง D2B บอยแบนด์หนุ่มหล่อในตำนานบอกไว้ว่าที่ดูว่าผมหยิ่งที่จริงน่ะผมอาย งั้นของหนุ่ม-สาวชาวมนุษย์แว่นก็คงต้องเป็นประโยคที่เห็นว่าเราหยิ่ง ที่จริงเราแค่สายตาสั้นอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะเมื่อไหร่ที่จำเป็นต้องถอดแว่นนั้น บอกเลยว่าโลกนี่กลายเป็นภาพเบลอๆ ไม่ต่างอะไรกับกล้องหลุดโฟกัสเลยค่ะ ยิ่งถ้าวันไหนหนักถึงขนาดลืมใส่แว่นแล้วด้วยนะ โอ้โห… เหมือนจะขาดใจ วันนั้นคงมีคนตาหยีได้ทำตาหรี่ๆ ทั้งวันแน่นอน และด้วยเหตุผลนี้นี่แหละถึงทำให้มนุษย์แว่นถูกหาว่าหยิ่งบ้างละ หรือไม่ก็ชอบโดนแกล้งทดสอบถามว่ากี่นิ้วบ้างล่ะ จนอยากจะบอกทุกคนว่าเราแค่สายตาสั้นไม่ได้ตาบอดนะแก หลังๆ เลยทำให้หลายคนโบกมือลาการเป็นมนุษย์แว่นเพราะขี้เกียจจะถอดเข้าถอดออกเต็มที งั้นเปลี่ยนไปใช้คอนแทคเลนส์เป็นการแก้ปัญหาซะเลย

 

จิบชา ลงจากรถไฟฟ้าต้องเจอปัญหาฝ้าขึ้นแว่น

อีกหนึ่งปัญหาหงุดหงิดใจเวลาที่ความชื้นในอากาศเปลี่ยนแปลงแบบไม่ทันตั้งตัวที่มนุษย์แว่นทุกคนมักจะต้องเคยเจอ ต้องมีปัญหาฝ้าขึ้นแว่นติดเข้ามาแน่นอน โดยเฉพาะเวลาที่ลงจากรถไฟฟ้า หรือตอนมีอารมณ์อยากจิบชากาแฟอุ่นๆ สักแก้วเนี่ยบอกเลยว่าประจำ! ถึงขั้นทำเอาโลกมัวมองไม่เห็นอะไรไปพักนึงเชียวล่ะ สุดท้ายเราก็เลยต้องคอยเอาเสื้อเช็ดเป็นการแก้ขัดอยู่บ่อยๆ ทั้งที่ความจริงแล้วการเอาสิ่งที่ไม่ใช่ผ้าเช็ดแว่นมาเช็ดนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างแรงเลยค่ะ เพราะเนื้อสัมผัสของผ้าอันหยาบกระด้างอาจจะทำให้แว่นของเราเกิดความเสียหายเป็นรอยขูดขีดได้ คราวนี้ล่ะนอกจากจะลำบาก มองเห็นไม่ชัดหนักขึ้นกว่าเดิมแล้ว เพิ่มเติมคืออาจจะต้องเสียเงินตัดแว่นใหม่ด้วย

 

ดูหนัง 3D หรือเจอแดดร้อนๆ แต่ละทีแสนลำบาก

เมืองไทยเป็นเมืองร้อน ร้อนมาก และร้อนมากถึงมากที่สุด! ฉะนั้นเวลาออกจากบ้านแต่ละครั้ง หลายคนจึงมักจะมีแว่นกันแดด ไอเท็มคู่ใจที่จะช่วยปกป้องสายตาของเรายามแดดแรงๆ เป็นผู้ช่วยติดกระเป๋าอยู่เสมอ ซึ่งถ้าเป็นคนสายตาปกติแล้วการใส่แว่นกันแดด หรือแม้แต่การดูหนัง แบบ 3D 4D ก็คงสามารถทำได้สบายๆ แต่สำหรับมนุษย์แว่นแล้วเรื่องที่ดูเหมือนจะง่าย (ในสายตาคนอื่น) มันดันกลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติที่ต้องคิดแล้วคิดอีกน่ะสิคะ กับการดูหนังน่ะไม่เท่าไหร่หรอก เพราะเราแค่ใส่แว่นซ้อนแว่นเฉพาะตอนอยู่ในโรงเท่านั้นแหละ แต่กับคนที่อยากใส่แว่นกันแดดไปไหนมาไหนเนี่ยสิ ถ้าไม่ถอดเปลี่ยนไปใส่แว่นกันแดดที่แลกมาด้วยการมองเห็นไม่ชัด ก็คงต้องใส่ทับไปอีกอันซึ่งแค่คิดก็ดูตลกพิลึก หรือไม่ก็ยอมลงทุนควักกระเป๋าตัดแว่นที่เป็นทั้งแว่นสายตาและแว่นกันแดดในอันเดียวกันมันซะเลย

 

สนุกได้ไม่เต็มที่ ก็มองอะไรไม่ชัดนี่หน่า

เพราะในชีวิตประจำวันทั่วไปเราก็มักจะใส่แว่นไว้เป็นดวงตาที่สาม แต่ถึงอย่างนั้นกับกิจกรรมแอดเวนเจอร์ หรือแม้แต่การออกกำลังกายบางอย่าง เขาก็มีกฎเกณฑ์ข้อยกเว้น ขอความร่วมมือให้เราต้องถอดแว่นก่อนเข้าร่วมค่ะ โดยเหตุผลหลักส่วนใหญ่ก็เพื่อความปลอดภัยของเราที่อาจจะทำให้ถูกแว่นเกี่ยวจนบาดเจ็บ หรือหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะทำให้แว่นเกิดความเสียหายตกแตก ทั้งการเล่นเครื่องเล่นหวาดเสียวในสวนสนุก หรือการดำน้ำที่เราคงไม่มีทางใส่แว่นกันสองอันเหมือนเวลาที่ดูหนังหรือใส่แว่นกันแดดได้แน่ๆ ในบางครั้งเลยกลายเป็นข้อจำกัดทำให้เราสนุกได้ไม่เต็มที่ เพราะมองเห็นอะไรๆ ไม่ชัดเจนเหมือนคนอื่นเขา

 

ฉันไม่ได้ร้องไห้นะ อย่าเข้าใจผิด

เวลาฝนตกแล้วลืมพกร่มก็ว่าแย่แล้ว แต่จะยิ่งเป็นเพิ่มเปอร์เซนต์ความเป็น Bad Day ของมนุษย์แว่นเข้าไปอีก ถ้าแว่นอันใสกิ๊งของพวกเราที่บรรจงเช็ดทำความสะอาดและดูแลอย่างพิถีพิถันมาทั้งวัน ต้องพร่ามัวไปด้วยหยดน้ำที่ไหลจ๊อกๆ เหมือนม่านน้ำตกจนนึกว่ามีฝนตกในตา หรือหากมีใครผ่านมาเห็นเข้าเขาอาจจะเข้าใจว่าเราร้องไห้เพราะอกหักมารึเปล่านะก็เป็นได้ ซึ่งถ้าคุณพบเจอเพื่อนชาวมนุษย์แว่นในวันฝนตกเห็นแว่นเปียกๆ แล้วล่ะก็ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะคะ แค่หยดน้ำฝนหล่นมาปะทะกับแว่นตา และเรายังไม่ได้เช็ดออกแค่นั้นเอง

 

เผลอนอนหลับ ทับขาแว่นจนเบี้ยว

นอนหงายก็เล่นมือถือ ดูทีวีไม่ถนัด แต่พอลองพลิกตัวนอนตะแคงเท่านั้นแหละค่ะ รู้เรื่อง! เป็นต้องประสบปัญหาแว่นเคลื่อนหรือไม่ก็แว่นเบี้ยวไปจากกรอบสายตาทุกที หรือหนักที่สุดก็คงเป็นเผลอนอนหลับสนิทไปทั้งๆ ที่ยังใส่แว่นอยู่ด้วยซ้ำไป ผลสุดท้ายคือตื่นมาพร้อมกับขาแว่นที่หงิกงอ แถมยังฝากรอยยับจากแว่นไว้บนหน้าให้เจ็บตัวอีกต่างหาก

 

ประสบปัญหาแว่นจ๋า เราหาไม่เจอ

เรื่องเปิ่นๆ ข้อสุดท้ายสำหรับมนุษย์แว่นที่ต้องเคยเป็นกันทุกคน นั่นก็คือการหาแว่นไม่เจอค่ะ ไม่ว่าจะเพราะความเบลอ หรือความขี้หลงขี้ลืมจริงๆ อะไรก็ตาม แต่สักครั้งในชีวิตถ้าคุณเป็นมนุษย์แว่นแล้วล่ะก็ย่อมต้องเคยมีโมเม้นท์ เอ๊ะ…แว่นเราหายไปไหนนะ เอาแว่นไปวางลืมไว้ไหนที่กันแน่ เที่ยวตามหาจนพลิกแผ่นดินจนจะร้องไห้อยู่รอมร่อเพื่อมาค้นพบว่าไอ้เจ้าแว่นที่เราตามมามาทั้งวันน่ะ แท้จริงแล้วก็อยู่บนหน้าตามปกติ หรือไม่ก็อยู่บนหัวเราเองนี่แหละค่ะไม่ได้ไปไหนไกลสักนิดเลย โธ่เอ้ย รู้ถึงไหนอายถึงนั่น เขินจัง