เหนื่อยมั้ยคะ ? เวลาอยากจะไปเที่ยวเช็กอินแลนด์มาร์กถ่ายรูปเก๋ๆ อัปลงโซเชียลในวันว่าง แต่แค่คิดถึงการจราจรคมนาคมในกรุงเทพที่จะไปไหนมาไหนทีก็แสนจะลำบากเสียเวลา ตั้งแต่เผชิญรถติด รถเมล์ไม่มา ไปจนถึงค่ารถไฟฟ้า BTS MRT ใต้ดินที่แพงหูฉีกไม่เกรงใจยอดเงินในกระเป๋า วันนี้ ReadAlert เลยอยากจะแนะนำการเดินทางอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้เราประหยัดเวลา ค่าใช้จ่าย ที่สำคัญยังสามารถตามเก็บโลเคชันยอดฮิตได้แบบครบๆ นั่นก็คือ การเที่ยวโดยเรือด่วนเจ้าพระยานั่นเองค่ะ คราวนี้ล่ะต่อให้ว่ามีเวลาแค่ One Day Trip ก็สบาย…

 

ท่าพระอาทิตย์

 

เริ่มกันด้วยท่าเรือแรกอย่าง “ท่าพระอาทิตย์” ท่าเรือติดย่านชุมชนเก่าแก่มากประวัติศาสตร์ที่พร้อมให้เราย้อนวันวานไปกับ ป้อมพระสุเมรุ ป้อมปราการสีขาวยักษ์ใหญ่ตั้งตระหง่านเป็นสัญลักษณ์อยู่ริมถนนที่ในอดีตเคยใช้ป้องกันการรุกรานจากข้าศึก แต่ปัจจุบันถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นสวนสาธารณะให้คนทั่วไปได้ใช้ออกกำลังกาย พักผ่อนหย่อนใจ จากจุดนี้ยังมองเห็นสะพานพระราม 8 และบรรยากาศพระอาทิตย์ตกยามเย็นได้อย่างสวยงามชัดเจน หากเดินต่อไปอีกนิดจะเจอกับ พิพิธบางลำพู พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ชุมชนที่รวบรวมวิถีชีวิตของชาวบางลำพูในอดีตมาจัดแสดงไว้ได้อย่างน่าชื่นชม ตลอดจนร้านอาหารเก่าแก่ขึ้นชื่อ และคาเฟ่น่านั่งอีกเพียบ


การเดินทาง : เรือธงสีส้ม ราคา 15 บาท

เรือไม่มีธง ราคาเริ่มต้นที่ 9 / 11 / 13 บาทตามระยะทาง

 

ท่ามหาราช

 

แม้จะไม่มีเรือธงสีไหนลง “ท่ามหาราช” นอกจากเรือธงสีฟ้าที่เป็นเรือสำหรับท่องเที่ยวโดยตรง แต่ถ้าหากเดินเล่นจากท่าพระอาทิตย์มาเรื่อยๆ ก็ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ท่ามหาราช จุดนัดพบแห่งใหม่ใกล้กับมหาวิทยาลัยศิลปากร ที่ด้านในเต็มไปร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้าแฟชั่น คาเฟ่ ภายใต้ความตั้งใจที่อยากเปิดเป็น Riverside walk เพื่อให้ทั้งนักท่องเที่ยวและคนที่สัญจรไปมาทั่วไปได้มีความใกล้ชิดผูกพันกับสายน้ำมากขึ้น ซึ่งก่อนจะถึงท่ามหาราช หากใช้วิธีการเดินเท้ามาจากท่าพระอาทิตย์อย่างที่บอกไว้เรายังแวะเที่ยว “ท่าพระจันทร์” หรือนั่งเรือข้ามฟากไปเที่ยวต่อที่ “ท่าศิริราช” ชอปปิงของมือสองชิคๆ ที่ตลาดวังหลังก็ยังได้

การเดินทาง : เฉพาะเรือท่องเที่ยวเจ้าพระยา ธงสีฟ้า ราคา 60 บาท

 

ท่าช้าง

 

จากท่ามหาราช เรามาต่อกันที่ “ท่าช้าง” ท่าเรือริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสุดถนนหน้าพระลานใกล้กับพระบรมมหาราชวัง ดังนั้น สำหรับใครที่เลือกขึ้นฝั่งที่ท่านี้ แน่นอนว่าจะต้องไม่พลาดการเที่ยวชม วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ที่เรามักเรียกติดปากแบบสั้นๆ ว่า วัดพระแก้ว หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยว Top List อันดับต้นๆ ของบรรดานักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลกที่มาประเทศไทยแล้วต้องหาโอกาสมาเยือนให้ได้สักครั้ง ไม่งั้นคงเหมือนมาไม่ถึง ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต พระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของไทย ทั้งยังรายล้อมไปด้วยผลงานศิลปะและสถาปัตยกรรมอันงดงามทรงคุณค่า สะท้อนถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทยอย่างชัดเจน

การเดินทาง : เรือธงสีส้ม ราคา 15 บาท , เรือธงสีเขียว ราคา 20 บาท

เรือไม่มีธง ราคาเริ่มต้นที่ 9 / 11 / 13 บาทตามระยะทาง

 

ท่าเตียน

 

ยังคงอยู่ในเขตรอบเกาะรัตนโกสินทร์กับ “ท่าเตียน” อีกหนึ่งท่าเรือที่เต็มไปด้วยแลนด์มาร์กชื่อดังของกรุงเทพเช่นเดียวกับท่าช้าง ที่ตั้งของมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทยอย่าง วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือ วัดโพธิ์ วัดใหญ่และเก่าแก่ที่ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างไทยและจีน มีไฮไลต์อยู่ที่พระพุทธไสยาสน์ พระนอนองค์ใหญ่เป็นลำดับที่ 3 ของประเทศซึ่งมีภาพเขียนประดับมุกใต้ฝ่าเท้าประดิษฐานอยู่ที่นี่ด้วยเช่นกันค่ะ ส่วนใครรู้สึกว่ายังสะสมแต้มบุญทางฝั่งนี้ไม่จุใจมากพออยากจะนั่งเรือข้ามฟากไปเช็กอินกันต่อที่ วัดอรุณราชวราราม ถ่ายรูปกับพระปรางค์สีขาวล้วนองค์ใหญ่ ซึ่งประดับประดาไปด้วยกระเบื้องเคลือบและถ้วยชามเบญจรงค์ชิ้นเล็กชิ้นน้อยดูระยิบระยับสวยงามก็เสียค่าเรือเบาๆ แค่คนละ 3.50 บาท

การเดินทาง : เรือสีส้ม ราคา 15 บาท

เรือไม่มีธง ราคาเริ่มต้นที่ 9 / 11 / 13 บาทตามระยะทาง

 

ท่ายอดพิมาน

 

พูดถึง “ท่ายอดพิมาน” หลายคนอาจจะนึกไม่ออกว่าอยู่ส่วนไหนของกรุงเทพ แต่ถ้าบอกว่า ปากคลองตลาด ล่ะก็ เราเชื่อว่าต้องมีคนร้อง อ๋อออ…ตามมาแน่ๆ  ในเมื่อปากคลองตลาดได้รับสมญานามตลาดดอกไม้ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย โดยการเดินทางมาปากคลองตลาดจริงๆ แล้วสามารถขึ้นเรือได้จากสองท่าด้วยกันค่ะ คือ ท่ายอดพิมานและท่าสะพานพุทธ ระยะทางไม่ห่างกันสักเท่าไหร่ ซึ่งนักท่องเที่ยวจะนิยมเที่ยวยอดพิมานวิเวอร์วอล์กเดินทะลุมาเรื่อยๆ ผ่านปากคลองตลาด โรงเรียนสวนกุหลาบ สะพานพุทธที่วัยรุ่นนิยมมาถ่ายรูปเดินเล่นรับลม ก่อนปิดท้ายด้วยการแวะฝากท้องกับร้านอร่อยในตำนานอย่างโรตีหน้าเพาะช่าง

การเดินทาง : เรือสีส้ม ราคา 15 บาท

เรือไม่มีธง ราคาเริ่มต้นที่ 9 / 11 / 13 บาทตามระยะทาง

 

ท่าสี่พระยา

 

แม้แต่ ตลาดน้อย ย่านสตรีตอาร์ตขวัญใจคนชอบสะพายกล้องเองก็เดินทางง่ายๆ แค่ขึ้นที่ “ท่าสี่พระยา” นี่เอง หรือจะใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ก็แสนง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์กาลหว่าร์ ศาลเจ้าโจวซือกง และโซวเฮงไถ่ บ้านเก่าสถาปัตยกรรมจีนโบราณอายุกว่า 200 ปี ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมาล้วนแล้วแต่อยู่ในละแวกนี้ทั้งสิ้น มั่นใจได้เลยว่ามาแล้วเช็กลิสต์ที่เที่ยวฮิตย่านนี้ได้ครบถ้วนไม่ตกหล่นแน่นอนค่ะ โดยจากตลาดน้อยสามารถเดินไปถึงเจริญกรุง-บางรัก หรือแม้แต่วงเวียนโอเดียน ถนนเยาวราชได้อีกด้วย

การเดินทาง : เรือธงสีส้ม ราคา 15 บาท , เรือธงสีเหลือง ราคา 20 บาท , เรือธงสีเขียว ราคา 20 บาท

เรือไม่มีธง ราคาเริ่มต้นที่ 9 / 11 / 13 บาทตามระยะทาง

 

ท่าสาทร (ตากสิน)

 

เป็นทั้งศูนย์รวมการเดินทางทั้งทางเรือและทางรถให้เธอแล้ว สำหรับ “ท่าสาทร (ตากสิน)” จุดเรือต่อรถรถต่อเรือที่เชื่อมต่อไปยังสถานที่อื่นได้อีกมากมาย หนึ่งในนั้น คือ Icon Siam และ Asiatique The Riverfont คอมมูนิตี้มอลล์สไตล์โคโลเนียลริมน้ำเจ้าพระยา ท่ามกลางการจำลองเอาบรรยากาศของความเป็นตะวันตกและตะวันออกมาผสมเข้าด้วยกัน ซึ่งงานนี้เขามีบริการเรือรับ-ส่งคอยอำนวยความสะดวกให้เราแบบฟรีๆ เลยค่ะ และนอกจากร้านอาหารที่ตั้งเรียงรายละลานตารอคอยให้เราได้ลิ้มลองความอร่อย ก็ยังมีเครื่องเล่นอย่างม้าหมุน บ้านผีสิง รวมถึงเจ้าชิงช้าสวรรค์ขนาดยักษ์ที่จะพาเราขึ้นไปชมทัศนียภาพมุมสูงของกรุงเทพในยามค่ำคืนแบบไม่มีอะไรมาบดบังสายตา


การเดินทาง : เรือธงสีส้ม ราคา 15 บาท , เรือธงสีเหลือง ราคา 20 บาท , เรือธงสีเขียว ราคา 20 บาท

เรือไม่มีธง ราคาเริ่มต้นที่ 9 / 11 / 13 บาทตามระยะทาง