วันหยุดเสาร์-อาทิตย์วนมาถึงทั้งที ใครๆ ก็อยากออกไปเที่ยวผ่อนคลายให้สาสมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งอาทิตย์ แต่พอลองจินตนาการถึงการเดินทางแสนวุ่นวาย สถานการณ์รถติดยาวเหยียดเป็นกิโล ไหนยังจะต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนๆ มลภาวะฝุ่นควันพิษ PM2.5 ชนิดที่จะกว่าถึงปลายทาง ก็ทำเอาเราแทบอยาถอดรองเท้า เลี้ยวเข้าบ้าน กลับไปนอนตีพุงอยู่บนเตียงให้สบายใจซะเดี๋ยวนั้น แต่ในเมื่อใจมันอยากเที่ยวซะอย่างแล้วเราจะยอมแพ้ง่ายๆ ได้ยังไงล่ะคะ รีบแตะบัตรกระโดดขึ้นรถไฟฟ้าตาม Read Alert มาเลยค่ะ เพราะวันนี้ไม่ต้องออกไปตากแดดร้อน เจอรถติด ก็ตามเก็บบรรดาจุดเช็คอินฮิตๆ ตามเส้นบีทีเอสได้แน่นอน

 

สถานีหมอชิต – ตลาดนัดสวนจตุจักร


แม้แต่สถานีเริ่มต้นของเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอสเองก็ยังมาพร้อมแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังขวัญใจสายชอปปิ้ง ที่ทั้งคนไทย จีน ฝรั่งต่างรู้จักดีอย่าง JJ Market หรือ “ตลาดนัดสวนจตุจักร” ตลาดนัดกลางแจ้งขนาดใหญ่ซึ่งรวบรวมของกิน ของใช้หลากหลายประเภทมาไว้ด้วยกันในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าแฟชั่น ของแต่งบ้าน แต่งสวน ไปจนถึงโซนสำหรับสัตว์เลี้ยงก็มีให้เลือกอย่างละลานตามากถึง 27 โครงการ กว่า 8,000 แผงร้านค้า! แต่นอกจาก JJ จะเปิดให้เราเดินละลายทรัพย์ไปกับของราคามิตรภาพจนขาลากในตอนกลางวันแล้ว ในช่วงเย็นหลังเวลาหกโมงเป็นต้นไป ที่นี่ก็ยังเปิดเป็นตลาดกลางคืน เต็มไปด้วยร้านนั่งกิน-ดื่มแบบชิลๆ และร้านเสื้อผ้าในราคาที่แทบจะราคาถูกลงกว่าเดิมไปอีกครึ่งต่อครึ่งเลยล่ะค่ะ 

เวลาเปิด-ปิด : วันเสาร์ – อาทิตย์ 07.00 – 18.00 น.

การเดินทาง : ใช้ทางออกที่ 1 เดินต่อไปอีก 100 เมตร ตลาดนัดจตุจักรจะอยู่ทางด้านขวามือ

 

สถานีอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – พระราชวังพญาไท


หากพูดถึงพระราชวังสไตล์สถาปัตยกรรมแบบตะวันตกที่สวยราวกับปราสาทเทพนิยาย มียอดหอคอยแหลมเด่นเป็นสง่า ย่านสถานีบีทีเอสอนุเสารีย์ชัยสมรภูมิ คงเป็นจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก “พระราชวังพญาไท” อดีตที่ประทับพักผ่อนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 อบอวลด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์และความเป็นมายาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษ ยืนหยัดตั้งตระหง่านผ่านแดดลมฝนมาตั้งแต่ยุคโรงนาหลวง โรงแรมพญาไท จนเข้าสู่ยุคที่กลายเป็นที่รักษาพยาบาลของกองทัพบก กระทั่งถูกยกให้เป็นจุดเริ่มต้นของโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า และได้รับการอนุรักษ์ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ให้คนทั่วไปได้เข้าชมในปัจจุบัน

เวลาเปิด-ปิด : เฉพาะวันเสาร์ เวลา 09.30 น. และ 13.30 น. (วันจันทร์-ศุกร์ และวันอาทิตย์สามารถเดินเยี่ยมชมบริเวณภายนอกได้)

การเดินทาง :  ใช้ทางออกที่ 3 แล้วเดินต่อไปทางถนนราชวิถีข้ามไปฝั่งตรงข้ามจนถึงโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า พระราชวังพญาไทจะอยู่ในบริเวณรั้วโรงพยาบาล

 

สถานีราชเทวี – สวนสาธารณะเฉลิมหล้า


มีสายช็อป สายประวัติศาสตร์ไปแล้ว ขอเปลี่ยนมาเอาใจสายถ่ายรูปกันบ้างดีกว่า สำหรับ “สวนสาธารณะเฉลิมหล้า” สวนสาธารณะชุมชนและแหล่งสตรีทอาร์ตสุดเท่ใจกลางกรุง ตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าราชเทวีเพียงไม่กี่ร้อยเมตร แต่ด้านในกลับเต็มไปด้วยผลงานศิลปะที่บรรดาศิลปินสตรีทอาร์ตทั้งไทยและต่างประเทศนิยมผลัดเปลี่ยนแวะเวียนมาเพ้นท์ พ่นสีกำแพงตึกด้วยลวดลายกราฟิตี้อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของศิลปินแต่ละคนจนได้ออกมาเป็นลวดลายแปลกตาไม่ซ้ำใคร เป็นเสน่ห์ดึงดูดช่างภาพทั้งหลายให้หาโอกาสมาทดสอบฝีมืออยู่เป็นประจำ

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน 05.30 – 19.00 น.

การเดินทาง : ใช้ทางออก เดินย้อนขึ้นมาทางฝั่งสะพานหัวช้างอีกประมาณ  100 เมตร สวนจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ

 

สถานีสยาม – Sea Life Bangkok Ocean World


เรียกได้ว่าเป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว สำหรับ “สถานีสยาม” สถานีที่เป็นทั้งศูนย์กลางสำหรับการเปลี่ยนไปยังเส้นทางเดินรถสายสีลม และแหล่งรวมห้างสรรพสินค้าชั้นนำของเมืองไทยมากมาย ตั้งแต่ Siam Paragon , Siam Square One ยัน Siam Discovery แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่แหล่งช็อปปิ้งอย่างเดียวเท่านั้นนะคะ เพราะบริเวณชั้น B1 ของห้าง Siam Paragon ยังมีอะควาเรียมขนาดมหึมาซุกซ่อนอยู่ด้วย! Sea Life Bangkok Ocean World อาณาจักรใต้ท้องทะเลที่พร้อมพาครอบครัวและคุณหนูๆ ดำดิ่งสู่โลกใต้น้ำ พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับอุโมงค์สุดอลังการที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ตลอดจนกิจกรรมอื่นอีกมากมาย อาทิ เดินอยู่ในน้ำกับปลาฉลาม เต้นรำกับปลากระเบนนก และฝูงปลาที่แหวกว่ายออกมาเหมือนแสดงโชว์ต้อนรับ เป็นต้นค่ะ

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน 10.00– 21.00 น.

การเดินทาง : ใช้ทางออกที่ 5 จากนั้นเดินเข้าศูนย์การค้าสยามพารากอนเพื่อไปยังชั้นใต้ดิน

 

สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ – Bacc หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร


Bangkok Art & Culture Centre หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร หรือที่วัยรุ่นมักจะเรียกติดปากแบบย่อๆ กันว่า “หอศิลป์” พื้นที่แห่งการพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดระหว่างคนรักงานศิลปะ และแหล่งแสดงผลงานร่วมสมัยชั้นเยี่ยมไม่ใกล้ไม่ไกลจากย่านฮิตอย่างสยามสแควร์ ตัวอาคารถูกออกแบบอย่างเรียบง่าย ด้วยโทนสีขาวและไม้ดูอบอุ่น เน้นการใช้แสงธรรมชาติที่ส่องผ่านเข้ามาจากช่องหน้าต่าง บวกเข้ากับดีไซน์ของบันไดวนจากชั้นล่างสู่บนเพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถดื่มด่ำงานนิทรรศการต่างๆ ได้แบบไม่มีขาดตอน ซึ่งแต่ละเดือนก็จะมีงานนิทรรศการคอยหมุนเวียนมาจัดแสดงให้เราได้ชมอย่างไม่รู้เบื่อมากถึง 9 ชั้นด้วยกันเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นงานภาพถ่าย ภาพยนตร์ ดนตรี วรรณกรรม ตลอดจนผลงานของนักเรียนนักศึกษาอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีโซนคาเฟ่ ร้านกาแฟ และร้านขายของที่คนรักศิลปะไม่ควรพลาดไว้บริการด้วยค่ะ

เวลาเปิด-ปิด : วันอังคาร-วันอาทิตย์ 10.00 – 21.00 น.

การเดินทาง : ใช้ทางออกที่ 3 และใช้ทางเดินเชื่อมสู่อาคารหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร

 

สถานีเอกมัย – ท้องฟ้าจำลอง


หลายคนคุ้นเคยจากการมาทัศนศึกษากับโรงเรียนในสมัยเด็ก หลายคนเคยมาตามรอยเหมยลี่และลุง สองพระ-นางจากภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้อันโด่งดังอย่างรถไฟฟ้ามาหานะด้วยกันกับแฟนที่นี่ “ท้องฟ้าจำลอง” ศูนย์ศึกษาการเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ ทั้งการดูดาว ตำแหน่งของดวงดาว กลุ่มดาว ดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ต่างๆ ซึ่งอ้างอิงตำแหน่งมาจากท้องฟ้าจริงจัดฉายภายในห้องชมดาวให้เราได้เพลิดเพลินไปกับความสวยงามของท้องฟ้าในยามค่ำคืน โดยหัวข้อการแสดงจะมีการเปลี่ยนแปลงทุก 2 เดือนค่ะ แต่นอกจากหอชมดาวบรรยากาศโรแมนติก ไฮไลท์ของท้องฟ้าจำลองที่ทุกคนหลงรักแล้ว เขายังแบ่งเป็นโซนต่างๆ อีก 4 โซน นำเสนอเนื้อหาที่น่าสนใจไม่แพ้กันให้เราได้ศึกษาเพิ่มเติมอีกด้วย ใครว่ากรุงเทพไม่มีดาว มาที่นี่รับรองได้นอนนับดาวเต็มฟ้าแน่นอนค่ะ

เวลาเปิด-ปิด : วันอังคาร – อาทิตย์ 08.30-16.30 น.

ราคา : รอบบรรยายภาษาไทย เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 30 บาท

รอบบรรยายภาษาอังกฤษ เด็ก 30 บาท ผู้ใหญ่ 50 บาท

การเดินทาง : ลงสถานีเอกมัย ใช้ทางออก 2 จากนั้นให้กลับหลังหันและเดินมุ่งหน้าไปทางสถานีขนส่งเอกมัย ท้องฟ้าจำลองจะอยู่ทางซ้ายมือ

 

สถานีสะพานตากสิน – Asiatique The Riverfont


ปิดท้ายกันด้วยแลนด์มาร์คยอดฮิตของกรุงเทพ Asiatique The Riverfont คอมมูนิตี้มอลล์ริมน้ำเจ้าพระยา ที่แม้จะไม่ได้ตั้งอยู่ใกล้ชิดติดสถานีบีทีเอสสะพานตากสินชนิดเดินถึง แต่ถ้าใครอยากเดินทางไปเที่ยวก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะเขามีบริการเรือรับ-ส่งคอยอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวจากท่าเรือสะพานตากสินถึงท่าเอเชียทีคแบบฟรีๆ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดเพิ่มเติม เอเชียทีคตกแต่งด้วยสไตล์โคโลเนียล โดยจำลองบรรยากาศเอาบรรยากาศของความเป็นตะวันตกและตะวันออกมาผสมเข้าด้วยกัน ด้านในเต็มไปด้วยร้านอาหาร แหล่งช็อปปิ้ง ตลอดจนเครื่องเล่นอย่างม้าหมุนและ Bangkok Eyes ชิงช้าสวรรค์ขนาดยักษ์ที่จะพาเราขึ้นไปชมวิวมุมสูงของกรุงเทพได้โดยรอบแบบไม่มีอะไรมาบดบังสายตา และ ReadAlert ก็ขอแนะนำว่าใครมาที่นี่ต้องอย่าลืมพกกล้องมาด้วยนะคะ เพราะตามมุมนั้นมุมนี้ของเอเชียทีคล้วนตกแต่งประดับไปด้วยดวงไฟสวยงามเหมาะแก่การถ่ายรูปอีกเพียบเชียวล่ะ

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน 17.00 น. – 24.00 น.

การเดินทาง : ใช้ทางออกที่ 2 แล้วต่อ Shuttle Boat ของโครงการประมาณ 5 นาที