เมื่อเราไปพม่า นอกจากการไปดูบ้านเมืองที่แปลกไป สัมผัสผู้คนที่แปลกตา อาหารที่แปลกลิ้น อีกหนึ่งสิ่งที่เราจะได้ไปแน่นอนก็คือการไปวัด เพราะพม่าเป็นเมืองพุทธที่คนยังไปวัดเป็นกิจวัตรอยู่ ไปทั้งเพื่อการสวดมนต์ ปฏิบัติธรรม พบปะเพื่อนฝูง

แม้กระทั่งไปจีบกันในวัด ซึ่งอันนี้แอบเหมือนบ้านเราในสมัยก่อนเหมือนกัน

โดยส่วนใหญ่แล้วประเทศพม่า นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท ซึ่งเหมือนกับไทย และมีเพียง 5 ประเทศในโลกนี้เท่านั้นที่นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท ซึ่งก็คือ ไทย พม่า ลาว เขมร และศรีลังกา

แต่ก็นะ โลกนี้มีความ Diversity สูงมากค่ะ ถึงแม้นิกายเดียวกัน ก็ยังมีสิ่งที่ปฏิบัติต่างกัน เพราะมีความเชื่อผสมกันตามแต่พื้นที่ค่ะ

เพราะฉะนั้น วันนี้ ดิฉันจะมาเล่าให้ฟังถึงวัตรปฏิบัติของชาวพุทธที่พม่าเมื่อไปวัด และจะแอบบอกสถานที่ขอพรสุดเด็ดด้วยนะคะ เริ่มเลยดีกว่า

ไปวัดที่พม่าต้องทำตัวอย่างไร

1. ถอดรองเท้า ใช่ค่ะ ไปวัดพม่า รองเท้าเป็นของต้องห้าม ไม่ใช่แค่ต้องถอดก่อนเข้าอุโบสถ แต่ที่พม่า เรียกว่าต้องถอดก่อนเข้าเขตวัดกันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นถ้าคุณไป เตรียมถุงใส่รองเท้าไปด้วยก็ดีนะคะ บางที่เขามีล็อกเกอร์ให้ฝากรองเท้า ก็ดูดีๆ นะคะว่าราคาไม่ควรเกิน 200 kyat

ที่มา : Winnews.tv

2. ไม่ใช่แค่เงิน นาฬิกา เพชรพลอย พระเครื่อง แหวน สร้อยคอ ฯลฯ เราก็เอาไปให้ที่วัดได้ค่ะ เพราะสุดท้ายแล้ว ทางวัดเขาจะจัดการนำทรัพย์สินที่เราถวายไปจัดการบริหารวัด เลี้ยงดูคนยากไร้ และที่สำคัญบางครั้งก็จะเอาไปประดับที่องค์พระค่ะ อย่างในรูป เพชรพลอย ทับทิม ที่ฐานพระนี้มาจากการบริจาค แต่ละเม็ดหลายกะรัต ทางวัดเลยต้องใช้ประตูเหล็กปิดพระเอาไว้ค่ะ

3. พวงมาลัยดอกประดู่ พม่า ถวายพวงมาลัยเหมือนกับเราค่ะ แต่พวงมาลัยเขาเน้นเป็นดอกประดู่ ร้อยด้วยเส้นด้าย ขอแอบบอกราคากลางค่ะ คือซื้อได้พวงละอย่าให้เกิน 500 Kyat หรือ 10 บาทไทยค่ะ

ที่มา : www.kunyaong-2497.blogspot.com

4. อย่านุ่งสั้น!!! โดยเฉพาะการโชว์ขา และไม่เฉพาะผู้หญิงเท่านั้นนะคะที่ห้ามโชว์ขา สำหรับผู้ชายก็ไม่ควรโชว์เหมือนกันค่ะ ถึงกับมีข้อคิดเกี่ยวกับการใส่โสร่งสำหรับผู้ชายมาว่า ลองจี(โสร่งพม่ากับผู้ชาย) มีไว้ให้ชายชาวพม่าใส่ เพราะว่าเป็นเมืองพุทธ คนพม่าจะเข้าวัดเกือบทุกวันอยู่แล้ว และความยาวของลองจี ก็ยาวถึงข้อเท้าเพื่อให้เอามาเช็ดเท้าก่อนเข้าวัดค่ะ

ที่มา : www.facebook.com/Saneyphu/

ซึ่งนี่เป็นเพียงข้อหลักๆ เท่านั้น ยังมีข้อปฏิบัติในการเข้าวัดพม่าอีกมาก ตามแต่ละสถานที่ไปนะคะ

แถมอีกนิด บางสถานที่เขาไม่ให้ผู้หญิงเข้าไปสัมผัสตัวเจดีย์หรือพระธาตุ ดิฉันสงสัยจึงถามผู้รู้ บ้างก็บอกว่าสมัยก่อนพระธาตุไม่ได้แข็งแรงเหมือนสมัยนี้ การไม่ให้ผู้หญิงเข้าก็เพื่อเป็นการปกป้องตัวผู้หญิงเอง บางสายก็บอกว่าจริงๆ แล้ว กิเลสที่พระสงฆ์ตัดยากที่สุด คือกามกิเลส เพราะฉะนั้นการให้ผู้หญิงเข้าถึงพระธาตุ หรือเจดีย์ที่มักเป็นส่วนของสงฆ์ ก็อาจจะทำให้พระท่านตบะแตกได้ค่ะ

เอาล่ะ เราได้ข้อปฏิบัติในการเข้าวัดแล้ว ก็มาเข้าสู่มูเตลูค่ะ ขอแนะนำ สถานที่ขอพร ที่ขอได้แล้วต้องกลับมาพม่าอีกครั้งเพื่อขอบคุณ

  1. พระธาตุอินแขวน โดยพระธาตุนี้แขวนอยู่ที่หน้าผาเมืองไจ๊ถิโย (Kyaikto) สิ่งที่น่าAmazing คือ ตัวพระธาตุที่เป็นหินก้อนยักษ์ได้บาลานซ์อยู่บนหน้าผาอย่างหมิ่นเหม่ราวกับพระอินทร์มาแขวนไว้  และที่นี่คนพม่าเอง รวมถึงชาวไทยไม่น้อยมักจะเดินทางไปสักการะ และขอพร ซึ่งเชื่อกันว่าถ้าขอพรได้ภายใน 3 ปีต้องกลับไปสักการะอีกครั้งค่ะ

ที่มา : www.domeholiday.com

  1. พระเจ้าทันใจ หรือนัตโบโบจี (นัต แปลว่าเทพค่ะ) ณ วัดโบตาทาว เมืองย่างกุ้ง โดยการขอจะเอาหน้าผากเราไปสัมผัสกับนิ้วที่ชี้อยู่ของท่าน แล้วเราก็เอาธนบัตรใส่มืออีกข้างของท่าน แล้วก็ขอพรเลยค่ะ และถ้าพรสัมฤทธิ์ผล คุณต้องกลับมาสักการะท่านอีกครั้ง

ที่มา : https://travelbirdmyanmar.com และ www.bloggang.com

  1. พระมหามัยมุนี วัดมหามัยมุนี เมืองมัณฑะเลย์ โดยเชื่อกันว่าถ้าจะให้สัมฤทธิ์ผลที่สุด ก็ขอพรตอนที่มีพิธีกรรมล้างหน้า แปรงฟัน พร้อมเสิร์ฟ Breakfast ให้ท่าน พิธีนี้จะเริ่มตอนเช้า 4.30 น. โดยประมาณ

ที่มา : www.kravel-on.com/mahamuni

4. ‘อ้าวยี่!!!’ คำนี้ไม่ใช่ชื่อเทพหรือพระนะคะ แต่เป็นภาษาพม่าซึ่งแปลว่า เอาเลย!!! จำคำนี้ให้ดี แล้วไปที่เมืองชเวโบ (SHWEBO) จังหวัดสกาย(SAGAING) แห่งสหภาพเมียนม่าร์ ตั้งอยู่ทางเหนือของมัณฑะเลย์ไปประมาณ 100 กม. ณ วัด Shwe Chettho ที่นี่ จะมีสถานที่พระเจ้าอลองพญาจะมาอธิษฐานก่อนออกรบทุกครั้ง ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าท่านแทบไม่เคยแพ้เลย  โดยจะเป็นพื้นดินที่มีเทวดายืนตรงกลาง และท่านก็จะอธิษฐานด้วยจิตแรงกล้าและเดินรอบเทวดานี้ 3 รอบ เมื่อครบแล้วก็หันหน้าเข้าเทวดา ชูมือ 2 ข้างแล้วตะโกนว่า ‘อ้าวยี่!’ เพื่อเอาฤกษ์เอาชัย  ซึ่งถ้าเราได้ไป เราก็ขอทำตามท่านด้วยการอธิษฐาน และเดินวน 3 รอบ และตะโกน “อ้าวยี่!” เช่นกันค่ะ

ซึ่งส่วนตัวแล้ว ไม่ว่าจะขอพรหรือไม่ขอพร เมียนม่าร์ก็เป็นประเทศที่น่าจะกลับไปเยือนเป็นครั้งที่ 2 อยู่แล้วค่ะ เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นป่า ภูเขา ทะเล แถมมีหิมะด้วยนะคะ ไปเถอะ ถือว่าเที่ยวใกล้บ้าน สนุกสนานแน่นอนค่ะ