เรามีโอกาสพูดคุยกับพี่ตู่ในระหว่างการถ่ายแบบโปรเจ็กต์ LINE IDOL  พี่ตู่มาพร้อมกับนุช (ภรรยา) และน้องริสา ลูกสาวในชุดสีเหลืองสดใสเหมือนกับตัวเธอ ซึ่งตลอดการทำงานร่วมสองชั่วโมง ไม่มีเสียงร้องไห้หรือความงอแงปรากฎให้เห็นเลยสักนิด

Readlert จะขอพาทุกคนไปทำความรู้จักพี่ตู่ ในมิติของความเป็นคุณพ่อมือใหม่ วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป และแนวความคิดที่จะปลูกฝังให้ลูกสาวในอนาคต

 

ชื่อ ‘ลริสา’ มีที่มาที่ไปยังไงครับ ?

 

‘ลริสา’ มาจากชื่อคนฮาวายที่ผมเคยเจอ แล้วรู้สึกว่าชื่อเขาเพราะดี เลยคิดว่าถ้าวันหนึ่งมีลูกสาวผมตั้งชื่อนี้ดีกว่า พอคบกับนุชก็เล่าให้เขาฟัง เขาก็ชอบด้วย เพราะมันได้ทั้งสองภาษา ภาษาไทย ‘ลริสา’ ภาษาอังกฤษก็ Larisa ในภาษาอังกฤษมีความหมายว่า Cheerful ส่วนภาษาไทยไม่มีความหมายครับ จริงๆ ตามวันที่เขาเกิด ชื่อไม่ควรจะมีสระอะไรเลย (น้องเกิดวันจันทร์) แต่ก็ไม่ซีเรียสนะ ฝรั่งเขาตั้งชื่ออะไรก็ได้ ไม่ได้มีข้อกำหนดอะไร

 

วางแผนชีวิตไว้ว่าหลังแต่งงาน ต้องมีลูกเลยหรือเปล่า ?

 

ไม่เลย ไม่ได้วางแผนอะไรเลย (หัวเราะ) ไม่ได้คิดว่าจะต้องแต่งงานอายุเท่าไหร่หรือมีลูกอายุเท่าไหร่ ผมใช้ชีวิตแบบไหลไปตามน้ำเลย  จริงๆ ก่อนจะมีลูกก็แอบกลัวเหมือนกัน กลัวว่าเราจะเลี้ยงเขาให้เติบโตมาเป็นคนดีได้ไหม เราจะเลี้ยงเขาได้โอเคหรือเปล่า เพราะชีวิตเราไม่ค่อยมีระเบียบ ตารางชีวิตเราก็ยุ่งเหยิง การเลี้ยงเด็กมันมีสิ่งที่ต้องทำเยอะ เรายังไม่ค่อยมั่นใจทั้งในตัวเองและตัวนุชด้วย แต่สุดท้ายแล้วพอมีลูกขึ้นมาจริงๆ นุชก็สามารถทำในสิ่งที่เราคิดว่าน่าจะยากสำหรับเขาได้ เราก็ต้องปรับกันไปเรื่อยๆ

 

พอมีลูกแล้ว มุมมอง ทัศนคติ เปลี่ยนไปไหม ?

 

ถ้าเป็นทัศนคติและมุมมองไม่ได้เปลี่ยนไปครับ แต่เป้าหมายของชีวิตเปลี่ยนไป เพราะครอบครัวของเราไม่ได้มีแค่ผมกับนุชอีกแล้ว มันมีเรื่องของลูกเพิ่มขึ้นมา ผมไม่ได้สร้างชีวิตเพื่อแค่เราสองคนอีกแล้ว แต่เป็นทำทุกอย่างเพื่อลูกแทน

 

 

 

เล่าเรื่องเวลาเลี้ยงลูกให้ฟังหน่อย เป็นอย่างไรบ้าง ?

 

นุชจะอยู่กับลูกตลอดเวลาครับ บางครั้งผมก็ต้องไปทำงาน นุชจะเข้าใจว่าเวลาทำงานผมมันกำหนดไม่ได้ บางวันทำตั้งแต่เช้าไปถึงกลางคืน แต่บางวันก็ทำกลางวัน ผมจะมีวันว่างบ้าง ถ้าว่างเราจะไปไหนด้วยกันตลอดสามคน

ตารางชีวิตเปลี่ยน ตารางนอนก็เปลี่ยนครับ ริสาจะตื่นประมาณหกโมงเช้า เราก็เปลี่ยนผ้าอ้อม เช็ดหน้าเช็ดตา เล่นกับเขา พาไปอาบน้ำ ป้อนนมสักพัก เขาก็หลับต่อ  ริสาจะนอนสักสองสามชั่วโมงระหว่างวัน แล้วก็ตื่นวนกันไปทั้งวัน ส่วนตอนกลางคืนเขาก็เข้านอนทุ่มสองทุ่มอาจจะยาวไปถึงเที่ยงคืน ตีสามก็จะตื่นอีกครั้งแล้วหลับต่อ และหกโมงก็ตื่นอีกรอบหนึ่ง ก็ประมาณนี้ครับ สนุกดี

 

เป็นพ่อเหนื่อยไหม ทั้งเลี้ยงลูกและทำงานไปด้วย ?

 

เป็นพ่อก็เหนื่อยครับแต่เป็นแม่น่าจะเหนื่อยกว่า พี่ตู่ทำงานเยอะอยู่แล้ว แต่ว่าเวลานอกเหนือจากทำงานเราก็พยายามให้กับลูกและนุช เราต้องพยายามช่วยนุชตอนเลี้ยงลูก เวลาส่วนตัวของเรามันก็จะน้อยลงเป็นธรรมดา

ปกติตอนยังไม่มีลูกเราก็จะออกจากบ้านแบบสบายๆ แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้ว ทุกครั้งที่ลูกไปด้วยเราก็ต้องมานั่งเตรียมของเหมือนไปปิกนิก ผ้าอ้อม ผ้าคลุมสำหรับให้นมมีแล้วยัง ขวดนม น้ำยาล้างขวดนม กระดาษเปียกมีหรือยัง เป็นแบบนี้ทุกครั้ง ต้องลองมีลูกดูแล้วจะรู้เลย (ยิ้ม)

 

อยากให้ลูกมีจุดไหนเหมือนพ่อหรือจุดไหนเหมือนแม่บ้าง ?

 

อยากให้เป็นคนร่าเริงได้ตลอดเวลาเหมือนแม่ แล้วก็อยากให้เป็นคนจริงจังกับการทำงาน เป็น perfectionist เหมือนพ่อ แต่มีความ relax มากกว่าพ่อหน่อยนะ (หัวเราะ)

 

สิ่งที่ตั้งใจจะบอกลูกเป็นลำดับแรกคืออะไร ?

 

เราคิดว่าสิ่งที่ทำให้เราอยู่รอดมาจนโตและไม่ได้มีปัญหาอะไรหนักๆ คือเรารู้ว่าพ่อรักเรา แม่รักเรา พี่สาวก็รักเรา คือเราโตมาด้วยความรักอย่างเต็มเปี่ยม เพราะฉะนั้นตอนที่จะทำอะไรแย่ๆ มันจะคอยเตือนใจเราเสมอว่า ไม่อยากทำให้พวกเขาผิดหวัง การให้ลูกรู้ว่ามีคนที่รักเขาและเป็นห่วงเขามาก น่าจะเป็นสิ่งที่เตือนใจให้เขาเป็นคนดีอยู่เสมอ

 

มันสำคัญจริงๆ นะ บางทีด้วยความเป็นเด็ก แล้วการตัดสินใจชั่งน้ำหนักอะไรมันยังไม่ดี ถ้ามีความรักมากพอมันจะเป็นสิ่งที่คอยยั้งเราอยู่ ว่าหากเราทำอะไรผิดพลาดไป พ่อแม่จะเสียใจแค่ไหน

 

“เราโตมาด้วยความรักอย่างเต็มเปี่ยม เพราะฉะนั้นตอนที่จะทำอะไรแย่ๆ
มันจะคอยเตือนใจเราเสมอว่า ไม่อยากทำให้พวกเขาผิดหวัง
การให้ลูกรู้ว่ามีคนที่รักเขาและเป็นห่วงเขามาก
น่าจะเป็นสิ่งที่เตือนใจให้เขาเป็นคนดีอยู่เสมอ”

 

คำสอนไหนที่พี่ตู่เคยได้รับ แล้วจะเอามาสอนลูกต่อบ้าง ?

 

มีอันหนึ่งที่จำได้ มันอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับการเป็นคนดีนะ แต่เป็นเรื่องของการใช้ชีวิต แม่ผมเคยให้สมุดแพลนเนอร์มาเล่มหนึ่ง แล้วแม่เขียนไว้ว่า ‘time and tide wait for no man’ เวลาและวารีไม่เคยคอยใคร สิ่งที่แม่เขียนไว้เตือนใจเราเสมอ ว่าอะไรก็ตามที่เราอยากทำในชีวิตต้องรีบทำเพราะเวลามันไม่รอเรา ก็ตั้งใจว่าจะเอาไปสอนลูกเหมือนกัน

 

พี่ตู่ร้องเพลงตัวเองกล่อมลูกหรือเปล่า ?

 

ไม่ๆ (ยิ้ม) เราร้องเพลงเด็กทั่วไปครับแบบ Twinkle, Twinkle little star บางทีก็ร้องเนื้อมั่วๆ บ้าง (หัวเราะ) บางทีร้องไปนานๆ แล้วมันเบื่อก็แต่งเนื้อใหม่บ้าๆ บอๆ คิดว่าเขาคงฟังไม่รู้เรื่อง (หัวเราะ) เด็กเขาชอบหมดครับ